เลี้ยงลูกด้วยนมแม่: การเริ่มต้นชีวิตที่ดีที่สุดสำหรับทารก ตอนที่ 2
ReadyPlanet.com
ardo calypso
dot
เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ : ข้อควรปฎิบัติ
dot
bulletการเริ่มต้นชีวิตที่ดีที่สุดสำหรับทารก 1
bulletการเริ่มต้นชีวิตที่ดีที่สุดสำหรับทารก 2
bulletวิธีเลือกกุมารแพทย์ให้ลูก
bulletก่อนคลอด
bulletสิ่งที่ต้องทำเมื่ออยู่ ร.พ.
bulletหลังคลอด
bulletท่าในการให้นม
bulletBreast Crawl
bulletความคาดหวังของลูกน้อย
bulletบันทึกการให้นมลูก
bulletวิธีให้นมเสริมอย่างถูกต้อง
bulletสัมผัสรักระหว่างแม่ลูก
bulletโรงพยาบาลสนับสนุนนมแม่
bulletแบบสอบถาม
dot
ปัญหาเรื่อง นมแม่
dot
bulletวิธีแก้ปัญหานมไม่พอ
bullet"นมแม่" ถ้าเข้าใจ ยังไงก็พอ
bulletนมพอหรือไม่
bulletเมื่อลูกไม่ดูดนมแม่ (new)
bulletอาหารเพิ่มน้ำนม
bulletวิธีเพิ่มน้ำนมด้วยการปั๊มนม
bulletWorkshop เพิ่มน้ำนม (new)
bulletยาประสระน้ำนม
bulletDomperidone (Motilium)
bulletยาเพิ่มน้ำนม Motilium
bulletคำเตือนสำหรับการใช้ยา Domperidone
bulletน้ำหนักตัวเพิ่มช้า
bulletน้ำหนักตัวน้อย
bulletเจ็บหน้าอก หัวนมแตก
bulletการบีบหน้าอก ช่วยลูกดูดนม
bulletลูกแพ้นมแม่หรือเปล่า
bulletตัวเหลือง
bulletสารพันปัญหา
บริจาคนมแม่
dot
เมื่อแม่ต้องไปทำงาน
dot
bullet20 เคล็ดลับสำหรับแม่ทำงาน
bulletมาทำ stock น้ำนม กันเถอะ
bulletวิธีให้ลูกยอมดูดนมแม่จากขวด
bulletจะให้ลูกกินอะไรเมื่อแม่ไปทำงาน
bulletวิธีเก็บรักษานมแม่
bulletต้องเตรียมปั๊มนมไว้ให้ลูกแค่ไหนถึงจะพอดี ?
bulletโปรแกรมคำนวณนมแม่
bulletยาคุมกำเนิด
dot
คุณแม่นักปั๊ม
dot
bulletการปั๊มนมโดยใช้เครื่องปั๊มนม
bulletปั๊มนมอย่างไรให้พอ หากลูกไม่ดูดจากเต้า
bulletข้อคิดก่อนซื้อ ที่ปั๊มนม
bulletเพิ่มน้ำนมภายใน 14 วันแรก
bulletเครื่องปั๊มนมยี่ห้อไหนดี
bulletเรื่องของคุณแม่นักปั๊ม
bulletถุงเก็บน้ำนมแม่
dot
กลเม็ดเคล็ดลับ
dot
bulletซื้อเครื่องปั๊มที่ไหนดี
bulletวิธีบีบน้ำนมด้วยมือ (new)
bulletบีบด้วยมือ vs ปั๊มด้วยเครื่อง
bullet10 เคล็ดลับเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้ครบปี
bulletนอนให้นม...สบายมากๆ เลย
bulletอุปกรณ์เสริม ช่วยแม่ให้นมลูก
bulletมุมให้นมแม่
bulletวิธีพาสเจอร์ไรซ์นมแม่
dot
ปัญหาที่พบไม่บ่อย
dot
bulletลิ้นติด (Tongue Tie)
bulletเลี้ยงลูกแฝดด้วยนมแม่
bulletต้องการถามปัญหาอื่นๆ
bulletทำไมทารกร้องไห้โยเย
dot
หนังสือแนะนำ
dot
bulletขอรับหนังสือนมแม่ฟรี
bulletการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
bulletสร้างชีวิตมหัศจรรย์ด้วยน้ำนมแม่
bulletนมแม่ ทุนสมองของลูกรัก
bullet เคล็ดลับ...แม่มือใหม่ "นมแม่"
bulletเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
bulletพัฒนาสมองด้วยนมแม่...
bulletGuide to Breastfeeding
dot
แหล่งข้อมูลความรู้เรื่องนมแม่
dot
bulletคลีนิคนมแม่
bulletนมแม่ แน่ที่สุด
bulletศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย
bulletคลีนิครัก
bulletศริริราชออนไลน์
bulletสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติ
bulletwww.breastfeeding.com
bulletPromom
bulletรักลูก
bulletLa Leche League
bullet4woman
bulletMother & Child Health
bulletWABA
bulletBreastfeedingonline
bulletDr. Sears
bulletbreastfeedingbasics
bulletwebboard
bulletkellymom
bulletDr. Jack Newman
bulletInfact
bulletgotbreastpump
bulletNew Beginnings
bulletโครงการสายใยรัก
bulletศูนย์ข้อมูล สสส
bulletUNICEF
bulletbreastfeedingmadesimple
bullethm4hb
bulletLactation Narration
bulletNormalFed
dot
Brainfeeding
dot
bulletเก็บมาฝาก
bulletIf we don't care, who will?
bullet๖๐ เรื่องน่ารู้ ในหลวงของเรา
bulletสัมภาษณ์ ดร. อาจอง ชุมสาย ฯ
bulletคนดีของพ่อ
bulletเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้รู้
bulletคุยกับประภาส
dot
Sponsor Link
dot
bulletbfdcenter
bulletร้านนมแม่
bulletศูนย์รวมฟิล์มทุกชนิด
bulletV-Kool
bulletSuvarnabhumi Airport Hostel
bulletBussaba Bangkok Boutique Hotel Suvarnabhumi Airport
bulletbeing-mom
bulletมีลูกยาก
bulletSite Map
unimom allegro
medela pump in style advanced


ร้านนมแม่-เครื่องปั๊มนม


เลี้ยงลูกด้วยนมแม่: การเริ่มต้นชีวิตที่ดีที่สุดสำหรับทารก ตอนที่ 2

Breastfeeding : Best Start of Life (2)

วิธีการช่วยเหลือในการจัดท่าให้นมแม่และการเอาหัวนมเข้าปากลูก  
 
ท่าอุ้มที่เหมาะสมและการช่วยให้ทารกอมหัวนมและลานนมได้อย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยให้ลูกดูดและกลืนน้ำนมได้ดี  แม่ควรอยู่ในท่าที่ถนัด สะดวก ผ่อนคลาย และทารกอยู่ในท่าที่ปลอดภัยและสามารถดูดนมแม่ได้อย่างดี ควรสนับสนุนแม่ให้มีความมั่นใจในความสามารถของตนเองที่จะให้นมลูกในท่าที่เหมาะสมกับสภาวะของแม่และลูกอยู่ในท่าที่สามารถอมหัวนมและดูดนมแม่ได้ถูกต้อง โดยบุคลากรไม่ควรไปรบกวนการให้นมของแม่โดยไม่จำเป็น ก่อนให้ความช่วยเหลือต้องสังเกตและประเมินว่าแม่ให้นมลูกอย่างไรหรือมีปัญหาอะไรก่อน อย่ารีบร้อนจับต้องแม่โดยไม่จำเป็น จะให้ความช่วยเหลือโดยใช้ “Hand off” technique เป็นการใช้ตุ๊กตาสาธิตให้ดูก่อนเพื่อแม่จะเข้าใจปัญหา สังเกตวิธีการปฏิบัติ และบอกจุดสำคัญที่แม่ควรปฏิบัติ จะทำให้แม่สามารถปฏิบัติได้ด้วยตนเอง ถ้ามีปัญหาที่แม่ทำไม่ได้จึงจะเข้าช่วยโดยตรง
                   
ท่าของแม่ในการให้นมลูก  มีหลายท่า ทั้งท่านั่งและท่านอน ดังนี้
 
1. ท่าลูกนอนขวางตัก (cradle hold) เป็นท่าอุ้มลูกไว้บนตัก ตะแคงตัวลูกเข้าหาตัวแม่ แขนและมือประคองลูกไว้ ให้ศีรษะอยู่สูงกว่าลำตัวเล็กน้อย ท้ายทอยลูกอยู่บนแขนของแม่  คอของลูกไม่บิดคว่ำ หรือแอ่นหงาย  มืออีกข้างประคองเต้านมไว้
                       
2. ท่าลูกนอนขวางตักแบบประยุกต์ (modified / cross cradle hold)  ท่านี้คล้ายท่าแรก แต่เปลี่ยนมือและแขนข้างที่อุ้มลูกมาจับเต้านม ส่วนอีกด้านหนึ่งประคองต้นคอ ท้ายทอยและหลังของลูกแทน ท่านี้จะช่วยควบคุมการเคลื่อนไหวของศีรษะเด็กได้ดี เหมาะสำหรับทารกที่คลอดก่อนกำหนด หรือทารกที่มีปัญหาในการดูดนม
 
3. ท่าฟุตบอล (clutch hold หรือ football hold)    อุ้มลูกกอดกระชับกับสีข้างแม่ ในท่ากึ่งตะแคงกึ่งนอนหงาย ขาไปทางด้านหลังของแม่ มือแม่จับที่ต้นคอและท้ายทอยของลูก ส่วนมืออีกข้างหนึ่ง จับประคองเต้านมไว้ ท่านี้เหมาะสำหรับแม่ที่ผ่าคลอดทางหน้าท้อง เต้านมใหญ่ ทารกน้ำหนักน้อย ลูกแฝด เป็นต้น
 
4. ท่านอน  (side lying position) ท่านี้แม่กับลูกนอนตะแคงเข้าหากัน แม่นอนศีรษะสูงเล็กน้อย ลำตัวไม่งอโค้ง แขนของแม่โอบหลังลูกให้ชิดลำตัวแม่อาจใช้หมอนหรือผ้าม้วนหนุนหลังทารกแทนแขนของแม่ได้  ปากของทารกอยู่ระดับเดียวกันกับหัวนมแม่ โดยใช้มืออีกข้างประคองเต้านม  ซึ่งท่านี้ เป็นท่าที่เหมาะสำหรับแม่ที่ผ่าตัดคลอดทางหน้าท้อง ต้องการพักผ่อน และให้นมตอนกลางคืน การให้นมแม่ในท่านอน แม่อาจเปลี่ยนท่าให้ลูกดูดนมอีกข้างหนึ่งได้โดยไม่ต้องลุกขึ้น 
                       
 
แม่ควรฝึกให้นมลูกในท่าต่างๆ ทั้งในท่านั่งและท่านอน  โดยเลือกใช้ตามสถานการณ์ที่เหมาะสม ท่าที่แม่เลือกให้นมลูกควรเป็นท่าที่แม่ถนัด สะดวก และเอาลูกเข้าอมหัวนมได้ดี ท่าอุ้มที่ต่างกันจะนำน้ำนมออกจากตำแหน่งของเต้านมที่ต่างกัน แต่ละตำแหน่งจะมีน้ำนมออกได้เท่ากันถ้าลูกอมหัวนมและดูดได้อย่างถูกต้อง
 
วิธีการจับเต้านม 
 
ท่าจับเต้านมที่ถูกต้องคือนิ้วของแม่จะต้องอยู่เหนือขอบนอกของลานนม เพื่อให้ลูกอมหัวนมได้ถึงลานนมหัวนมต้องพุ่งออกอยู่แนวตรง หรือเฉียงต่ำลงเล็กน้อย นิ้วหัวแม่มือไม่ควรกดให้หัวนมกระดกขึ้น  เพราะจะทำให้หัวนมแตกได้ การจับเต้านมโดยใช้ใช้ 4 นิ้วพยุงเต้านมด้านล่าง นิ้วหัวแม่มืออยู่ด้านบน เรียกว่า “C” hold     แม่จะใช้ท่า “C”  hold เมื่ออุ้มลูกอยู่ในท่านอนตะแคงหันหน้าเข้าหาเต้านมแม่  ไม่ควรใช้วิธีการจับเต้านมโดยใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางคีบ เรียกว่า  Scissor   hold หรือ “V”  hold เพราะช่องว่างระหว่างนิ้วแคบ นิ้วจะขวางบริเวณลานนม ทำให้ทารกอมหัวนมได้ไม่ลึกพอ และนิ้วอาจจะไปกดบริเวณท่อน้ำนม ทำให้น้ำนมไหลไม่ดี  จะใช้ท่า” V” hold ในกรณีที่คุณแม่มือใหญ่และเต้านมเล็ก แต่ต้องมั่นใจว่านิ้วทุกนิ้วของแม่อยู่นอกขอบลานนม   มีอีกท่าหนึ่งคือ “U” hold มักใช้จับเต้านมเมื่อแม่อุ้มลูกให้นมในท่าฟุตบอล
 
 
ท่า “C” hold                              
 
ท่าของลูก                                                                                  
                             
ไม่ว่าแม่จะอุ้มลูกในท่าใดก็ตาม ลูกจะต้องอยู่ในท่าที่สบายและสามารถดูดนมแม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  การจัดท่าลูก มีหลักสำคัญ 4 ประการคือ                            
                               
  1. ศีรษะ ไหล่ และสะโพกของลูกอยู่ในแนวตรง คอไม่บิด หรือโค้งไปข้างหน้า หรือ  หงายไปข้างหลัง
  2. แม่อุ้มลูกตะแคงให้แนบชิดกับตัวแม่
  3. ใบหน้าของลูกหันเข้าหาและอยู่ระดับเดียวกับเต้านมแม่จมูกอยู่ตรงกับหัวนมแม่
  4. ลูกได้รับการประคองรองรับ อาจใช้แขนของแม่โอบ และมือรองซ้อนก้นลูก หรือ   ใช้หมอนรองก็ได้   ทารกแรกเกิดควรได้รับการรองรับทั้งตัว ไม่ใช่แค่ศีรษะหรือไหล่     

การจัดท่าแม่และลูกไม่ถูกต้องจะทำให้ลูกดูดนมแม่ได้ไม่กระชับ ลึกไม่ถึงลานนม อาจทำให้หัวนมแม่เจ็บ และลูกดูดนมแม่ได้น้อย

นอกจากการจัดท่าแม่และลูกแล้ว การเอาลูกเข้าเต้าเพื่อดูดนมแม่ ให้ลึกถึงลานนม หรือการอมหัวนม(Latch-on) อย่างถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น  จะช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในระยะแรก เช่น ปัญหาหัวนมแตก เต้านมคัด เต้านมอักเสบ น้ำนมไม่เพียงพอ ลูกไม่ดูดนม เป็นต้น ซึ่งปัญหาเหล่านี้จะนำไปสู่การหย่านมแม่ก่อนเวลาอันควรได้
                       
วิธีการช่วยให้ลูกอมหัวนมแม่อย่างถูกต้อง  มีดังนี้      
                  
  1. อุ้มลูกโดยประคองที่ต้นคอ และท้ายทอยให้หน้าเงยเล็กน้อย เพื่อให้คางของลูกชิดกับเต้านมด้านล่าง 
  2. จับเต้านมโดยให้นิ้วหัวแม่มืออยู่ด้านบนเหนือขอบนอกของลานนม ส่วนนิ้วที่เหลือประคองเต้านมด้านล่าง ใช้หัวนมเขี่ยตรงกลางริมฝีปากทารกเบาๆ เพื่อกระตุ้นให้เกิด รู๊ดติ้ง รีเฟล็กซ์ ลูกจะอ้าปาก  
  3. เมื่อลูกอ้าปากกว้าง แม่เคลื่อนศีรษะลูกเข้าหาหัวนมแม่อย่างรวดเร็วและนุ่มนวล ไม่ใช้วิธีโน้มตัวแม่ลงมาเพื่อเอาหัวนมเข้าปากลูก และไม่ควรดันศีรษะลูกเข้าหาเต้านมแม่อย่างแรง เพราะจะทำให้ลูกแอ่นหน้าหนีได้  
  4. สอดหัวนมเข้าปากลูกให้ลึกถึงลานนม โดยให้ริมฝีปากล่างอมลานนมด้านล่างได้มากกว่าด้านบน เพื่อให้ลิ้นรองรับลานนมได้ลึกมากที่สุด จะได้รีดน้ำนมออกจากเต้านมแม่ได้                         
 
 
แสดงการช่วยให้ลูกอมหัวนมแม่
                
 
ลักษณะการอมหัวนมแม่ที่ถูกต้องของลูก มี 4 ประการ ดังนี้                                         
                           
  1. เห็นลานนมเหนือริมฝีปากบนมากกว่าลานนมที่อยู่ใต้ริมฝีปากล่าง  
  2. ปากลูกจะอ้ากว้างแนบสนิทกับเต้านมแม่
  3. ริมฝีปากล่างบานออก                              
  4. คางลูกแนบชิดกับเต้านมแม่
 
ถ้าลูกอมหัวนมแม่ได้ถูกต้อง จะดูดนมได้อย่างมีประสิทธิภาพและได้น้ำนมปริมาณมาก อาการที่แสดงว่าดูดน้ำนมได้ดี คือ ในระยะแรกลูกจะดูดเร็ว หลังจากนั้นจะดูดช้า ลึก แรง จะเห็นเต้านมส่วนที่เหนือปากลูกกระเพื่อม และกล้ามเนื้อขากรรไกรของลูกขยับ อาจได้ยินเสียงกลืนนม และแก้มป่องเป็นต้น เมื่อลูกอิ่มจะคายหัวนมออกเอง  ถ้าอมหัวนมแม่ได้ไม่ถูกต้องจะสังเกตได้จากทารกจะดูดนมเร็วๆ ตลอดเวลา มีเสียงดังขณะดูดนม แก้มจะบุ๋มลงไป แม่จะเจ็บหัวนม และหัวนมจะถูกรีดแบนหลังการดูดนม ผลที่เกิดขึ้นจากการที่ทารกอมหัวนมแม่ได้ไม่ถูกต้องจะดูดนมได้ไม่ดีทำให้ทารกได้นมไม่พอ ปัสสาวะน้อยสีเข้ม  น้ำหนักไม่ขึ้น ดูดนมบ่อยแต่ไม่ค่อยพอใจเพราะได้น้ำนมน้อย ส่วนแม่จะมีปัญหาน้ำนมน้อย หัวนมเจ็บ/เป็นแผล เต้านมคัด  ท่อน้ำนมอุดตัน เต้านมอักเสบ และเป็นฝีจากการที่น้ำนมไหลออกได้ไม่ดี เป็นต้น
       
ความแตกต่างระหว่างการดูดนมแม่และการดูดนมขวด
 
การดูดนมแม่ ทารกจะต้องอ้าปากกว้างเพื่องับหัวนมและลานนมเข้าไปอยู่ในปาก เหงือกงับลงบนลานนม  ลิ้นรองรับอยู่ใต้ลานนม กดหัวนมและลานนมแนบกับเพดานปาก หัวนมแม่ที่สัมผัสบริเวณเพดานปากของลูกจะกระตุ้นให้ลูกเริ่มดูดนม เหงือกจะขยับขึ้นลง และลิ้นจะรีดน้ำนมจากท่อน้ำนมเข้าสู่ปาก
 
การดูดนมขวด จะง่ายกว่าการดูดนมจากเต้านมแม่ ทารกจะอ้าปากไม่กว้าง จะใช้เหงือกกัดหัวนมยางหรืออาจใช้ลิ้นอุดรูที่จุกยางเพื่อให้น้ำนมไหลช้าลง  ทำให้ติดนิสัยกระดกลิ้นไว้ด้านในของปาก และไม่แลบลิ้นออกมาเวลาดูด การให้ทารกดูดนมจากขวดจะทำให้เกิดภาวะสับสนหัวนม และไม่ยอมดูดนมแม่ได้ เนื่องจากกลไกการดูดนมขวดจะแตกต่างจากการดูดนมแม่
                   
ข้อปฏิบัติในการให้นมแม่  
 
  1. แม่ควรผ่อนคลาย สังเกตอาการหิวของลูก และให้การตอบสนองอย่างถูกต้อง เมื่อหิวลูกจะเลียริมฝีปากไปมา ใช้มือใส่เข้าปากดูด หรือส่ายหน้าไซร้หาอกแม่ตามสัญชาตญาณของทารกแรกเกิด ถ้าลูกร้องควรปลอบให้สงบก่อน
  2. ควรให้ทารกดูดนมแม่ให้เกลี้ยงเต้าทีละข้าง โดยไม่จำกัดเวลา ตามปกติจะใช้เวลาดูดข้างหนึ่งไม่ต่ำกว่า 10 นาที   เมื่อทารกดูดนมจากเต้าแรกหมดแล้ว ให้เปลี่ยนมาดูดอีกเต้าหนึ่งจนอิ่ม ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าเต้าแรกที่ดูดจะว่างเปล่าแต่จะยังคงมีน้ำนมค้างเหลือในเต้าอยู่บ้าง  
  3. ถ้าแม่ต้องการเอานมออกจากปากทารกในขณะที่ยังดูดนมอยู่ อย่าดึงหัวนมออกทันที จะทำให้หัวนมแตก ให้ใช้นิ้วมือสอดข้างมุมปากของทารกและกดลงก่อน แล้วจึงเคลื่อนทารกออกจากเต้านม
  4. เมื่อทารกดูดนมแม่อิ่ม จะหยุดดูดและปล่อยหัวนมเอง ถ้าทารกหลับก่อนควรปลุกให้ดูดต่อจนอิ่ม โดยใช้วิธีขยับเต้านม หรือไล่ลม โยกตัวเบาๆ  เปลี่ยนผ้าอ้อม หรือคลี่ผ้าห่อตัวออก 
  5. ไล่ลมให้ทารก  ภายหลังจากดูดนมเสร็จแล้ว หรือระหว่างมื้อก่อนการเปลี่ยนให้ไปดูดนมอีกเต้าหนึ่ง
  6. การให้ทารกดูดนมมื้อต่อไป  ให้เริ่มจากเต้าข้างที่ดูดค้างไว้ก่อน
ถ้าทารกยังไม่สามารถดูดนมแม่ได้ภายใน 4-6 ชั่วโมงให้แม่บีบ colostrum ป้อนให้ทารกโดยใช้ syringe ช้อน หรือถ้วย หรือใช้เช็ดทำความสะอาดภายในปากของทารกเพื่อให้ได้ประโยชน์จาก colostrum  ควรอธิบายให้แม่ทราบว่าในระยะแรกปริมาณน้ำนมจะยังไม่มากแต่มีคุณค่าสูง เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของทารก
 
มีข้อแนะนำเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่น่าสนใจ 10 ประการ (10 Commandments of Breastfeeding)  เพื่อป้องกันความล้มเหลวในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้ 
 
  1. ไม่เก็บนมชนิดอื่นๆ นอกจากนมแม่ไว้ในบ้าน 
  2. ไม่ใช้จุกนมปลอม จุกนมยาง จุกนมหลอก
  3. ติดต่อ เข้าร่วม อบรม ทำการรู้จักกับกลุ่มเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
  4. ทำความรู้จักกับผู้ที่มีความรู้เรื่องนมแม่ทันทีหลังจากคลอด 
  5. อย่ายอมแพ้ ภายใน 2 วัน หรือ 2 อาทิตย์ หรือ 2 เดือน 
  6. อย่าฟังคนที่บอกว่าการให้นมแม่นั้นทำไม่ได้ หรือให้นมนานไม่ได้ หรือให้นมบ่อยหรือมากเกินไปไม่ได้ 
  7. ไม่เลิกนมแม่เพื่อความสะดวก 
  8. ไม่ปล่อยให้มีการส่งต่อข้อมูลผิดๆ เกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 
  9. ไม่นิ่งเฉย แต่จงช่วยแม่ที่ให้นมลูกต่อไป 
  10. หากคุณช่วยคนนี้ไม่ได้คุณสามารถช่วยคนอื่นได้
 ที่มา: http://www.alternamoms.com/nursing.html
                       
เทคนิคต่างๆ เหล่านี้ ล้วนแล้วมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ทารกควรได้กินนมแม่อย่างเดียวโดยไม่ต้องให้น้ำหรืออาหารอื่นในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต และหลังจากนั้นจึงให้กินนมแม่ร่วมกับอาหารตามวัยจนถึง 2 ปีหรือนานกว่านั้น การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ถือเป็นช่วงโอกาสทองของชีวิตลูก  ที่จะได้รับสารอาหารครบถ้วนในการพัฒนาสมอง  ช่วยให้มีสุขภาพแข็งแรง  และได้สัมผัสกับความรัก ความอบอุ่นจากแม่ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของชีวิตในอนาคตของลูก
 
ที่มา: http://on.fb.me/1EkhA7o



ความรู้เรื่องนมแม่

กระเพาะของทารกแรกเกิด
ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ชุดที่ 2 article
รวมความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ article
ผ่าคลอดแล้วไม่มีน้ำนม article
เลี้ยงลูกด้วยนมแม่: การเริ่มต้นชีวิตที่ดีที่สุดสำหรับทารก ตอนที่ 1
ความจุของเต้านม
10 ความจริงเรื่องนมแม่จาก WHO article