เลี้ยงลูกด้วยนมแม่....เอง
ReadyPlanet.com
ardo calypso
dot
เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ : ข้อควรปฎิบัติ
dot
bulletการเริ่มต้นชีวิตที่ดีที่สุดสำหรับทารก 1
bulletการเริ่มต้นชีวิตที่ดีที่สุดสำหรับทารก 2
bulletวิธีเลือกกุมารแพทย์ให้ลูก
bulletก่อนคลอด
bulletสิ่งที่ต้องทำเมื่ออยู่ ร.พ.
bulletหลังคลอด
bulletท่าในการให้นม
bulletBreast Crawl
bulletความคาดหวังของลูกน้อย
bulletบันทึกการให้นมลูก
bulletวิธีให้นมเสริมอย่างถูกต้อง
bulletสัมผัสรักระหว่างแม่ลูก
bulletโรงพยาบาลสนับสนุนนมแม่
bulletแบบสอบถาม
dot
ปัญหาเรื่อง นมแม่
dot
bulletวิธีแก้ปัญหานมไม่พอ
bullet"นมแม่" ถ้าเข้าใจ ยังไงก็พอ
bulletนมพอหรือไม่
bulletเมื่อลูกไม่ดูดนมแม่ (new)
bulletอาหารเพิ่มน้ำนม
bulletวิธีเพิ่มน้ำนมด้วยการปั๊มนม
bulletWorkshop เพิ่มน้ำนม (new)
bulletยาประสระน้ำนม
bulletDomperidone (Motilium)
bulletยาเพิ่มน้ำนม Motilium
bulletคำเตือนสำหรับการใช้ยา Domperidone
bulletน้ำหนักตัวเพิ่มช้า
bulletน้ำหนักตัวน้อย
bulletเจ็บหน้าอก หัวนมแตก
bulletการบีบหน้าอก ช่วยลูกดูดนม
bulletลูกแพ้นมแม่หรือเปล่า
bulletตัวเหลือง
bulletสารพันปัญหา
บริจาคนมแม่
dot
เมื่อแม่ต้องไปทำงาน
dot
bullet20 เคล็ดลับสำหรับแม่ทำงาน
bulletมาทำ stock น้ำนม กันเถอะ
bulletวิธีให้ลูกยอมดูดนมแม่จากขวด
bulletจะให้ลูกกินอะไรเมื่อแม่ไปทำงาน
bulletวิธีเก็บรักษานมแม่
bulletต้องเตรียมปั๊มนมไว้ให้ลูกแค่ไหนถึงจะพอดี ?
bulletโปรแกรมคำนวณนมแม่
bulletยาคุมกำเนิด
dot
คุณแม่นักปั๊ม
dot
bulletการปั๊มนมโดยใช้เครื่องปั๊มนม
bulletปั๊มนมอย่างไรให้พอ หากลูกไม่ดูดจากเต้า
bulletข้อคิดก่อนซื้อ ที่ปั๊มนม
bulletเพิ่มน้ำนมภายใน 14 วันแรก
bulletเครื่องปั๊มนมยี่ห้อไหนดี
bulletซื้อเครื่องปั๊มที่ไหนดี
bulletปั๊มไฟฟ้า รุ่นไหนดี
bulletเรื่องของคุณแม่นักปั๊ม
bulletถุงเก็บน้ำนมแม่
dot
กลเม็ดเคล็ดลับ
dot
bulletวิธีบีบน้ำนมด้วยมือ (new)
bulletบีบด้วยมือ vs ปั๊มด้วยเครื่อง
bullet10 เคล็ดลับเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้ครบปี
bulletนอนให้นม...สบายมากๆ เลย
bulletอุปกรณ์เสริม ช่วยแม่ให้นมลูก
bulletมุมให้นมแม่
bulletวิธีพาสเจอร์ไรซ์นมแม่
dot
ปัญหาที่พบไม่บ่อย
dot
bulletลิ้นติด (Tongue Tie)
bulletเลี้ยงลูกแฝดด้วยนมแม่
bulletต้องการถามปัญหาอื่นๆ
bulletทำไมทารกร้องไห้โยเย
dot
หนังสือแนะนำ
dot
bulletขอรับหนังสือนมแม่ฟรี
bulletการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
bulletสร้างชีวิตมหัศจรรย์ด้วยน้ำนมแม่
bulletนมแม่ ทุนสมองของลูกรัก
bullet เคล็ดลับ...แม่มือใหม่ "นมแม่"
bulletเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
bulletพัฒนาสมองด้วยนมแม่...
bulletGuide to Breastfeeding
dot
แหล่งข้อมูลความรู้เรื่องนมแม่
dot
bulletคลินิกนมแม่ทั่วประเทศ
bulletนมแม่ แน่ที่สุด
bulletศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย
bulletคลีนิครัก
bulletศริริราชออนไลน์
bulletสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติ
bulletwww.breastfeeding.com
bulletPromom
bulletรักลูก
bulletLa Leche League
bullet4woman
bulletMother & Child Health
bulletWABA
bulletBreastfeedingonline
bulletDr. Sears
bulletbreastfeedingbasics
bulletwebboard
bulletkellymom
bulletDr. Jack Newman
bulletInfact
bulletgotbreastpump
bulletNew Beginnings
bulletโครงการสายใยรัก
bulletศูนย์ข้อมูล สสส
bulletUNICEF
bulletbreastfeedingmadesimple
bullethm4hb
bulletLactation Narration
bulletNormalFed
dot
Brainfeeding
dot
bulletเก็บมาฝาก
bulletIf we don't care, who will?
bullet๖๐ เรื่องน่ารู้ ในหลวงของเรา
bulletสัมภาษณ์ ดร. อาจอง ชุมสาย ฯ
bulletคนดีของพ่อ
bulletเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้รู้
bulletคุยกับประภาส
dot
Sponsor Link
dot
bulletbfdcenter
bulletร้านนมแม่
bulletศูนย์รวมฟิล์มทุกชนิด
bulletV-Kool
bulletSuvarnabhumi Airport Hostel
bulletBussaba Bangkok Boutique Hotel Suvarnabhumi Airport
bulletbeing-mom
bulletมีลูกยาก
bulletSite Map
ปั๊มไฟฟ้า รุ่นไหนดี whisper
unimom allegro
ardo calypso
Ardo Carum


ร้านนมแม่-เครื่องปั๊มนม


เลี้ยงลูกด้วยนมแม่....เอง

“เพราะแม่เป็นเด็กที่โตขึ้นมาโดยไม่ได้กินนมแม่แม้แต่หยดเดียว  แม่จึงตั้งใจว่าถ้าแม่มีลูก  แม่จะเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมของแม่....เอง” 

นี่เป็นความตั้งใจของแม่ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว  เพราะแม่ไม่ได้กินนมแม่  ดูเหมือนแม่จะมีสุขภาพแข็งแรงนะ  แต่แม่มีอาการต่าง ๆ (ผื่นแพ้ผิวหนัง คัดจมูกโดยเฉพาะตอนก่อนนอน จามบ่อย ปวดหัว ปวดจมูก) ที่ทำให้เกิดความน่ารำคาญและเป็นอุปสรรคในการทำกิจกรรมประจำวันต่าง ๆ รวมถึงการนอนหลับพักผ่อน  จากข้อมูลหลายอย่างที่อ่านผ่านหูผ่านตา  แม่ลงความเห็นด้วยตัวของแม่เอง (โทษ) ว่า  สาเหตุที่ทำให้แม่เป็นแบบนี้  ก็เพราะไม่ได้กินนมแม่นั่นเอง  โตขึ้นมาได้ก็เพราะนมวัวเนี่ยแหละ

แม่คอยรับฟังและให้กำลังใจเพื่อนของแม่ที่ท้องและมีลูกอ่อน  แม่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะมีปัญหาอะไรได้บ้าง  มันต้องเป็นเรื่องง่าย ๆ สิน่า  ไม่น่าจะเหลือบ่ากว่าแรงเท่าไหร่  แม่ ๆ เค้าก็เลี้ยงลูกด้วยนมแม่กันมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้วนี่ 

แม่ได้มีกาสคุยกับเพื่อน ๆ ของแม่ที่ท้องและมีลูกอ่อน  เริ่มรู้สึกว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มันไม่ได้หมู ๆ อย่างที่คิดซะแล้ว  แต่มันต้องไม่ยากเกินไปสิน่า  ตอนนี้แม่เริ่มวางแผนว่าจะตั้งท้องแล้วแหละ  คิดอยู่ในใจเหมือนกันว่า  คราวเราก็คงขลุกขลักนิดหน่อยแบบนี้แหละ  แต่ก็คงผ่านไปได้แหละน่า

พอเริ่มตั้งท้อง  หาคลาสลงเลยตามโรงพยาบาลเอกชนเปิดให้เข้าอบรมฟรีเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่  หาหนังสืออ่าน (เยอะเหมือนกัน)  อ่านข้อมูลตามอินเตอร์เน็ต  แต่อ่านไปเรื่อย ๆ แหละ  ไม่ได้จดจำอะไรเท่าไหร่  ให้ข้อมูลผ่านหูผ่านตามาก ๆ ไว้ก่อน  เดี๋ยวค่อยแอ็พพลายเอา  ด้วยคิดว่าตอนคลอดลูกเนี่ย  ธรรมชาติจะสอนเราทั้งแม่ทั้งลูกเองว่าจะต้องทำไงบ้าง 

พอถึงวันนัดผ่าตัดคลอด  ก็ติ๊กในแบบฟอร์มเลย  ว่าชั้นนี่แหละจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่  และโรงพยาบาลนี้ก็เป็นโรงพยาบาลที่สนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่  เพราะฉะนั้นทางโรงพยาบาลต้องจัดให้ตามที่ชั้นขอในแบบฟอร์ม  จำได้ว่าวันนั้นยังรู้สึกมั่นใจมากว่าแม่จะสามารถผ่านการทดสอบการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไปได้ดีอยู่แล้ว      

หลังผ่าคลอด  น่าจะซัก 5-6 ชั่วโมงได้มั้ง  พยาบาลก็เข็นลูกแฝดของแม่ทั้งสองคนมาแม่  (ท้องแรกแม่ก็มีลูกสองคนเลยนะ) แต่เพราะแม่ถูกบล็อกหลังผ่าตัดคลอด  แม่ขยับช่วงล่างไม่ได้  พยาบาลก็จะอุ้มยายหนูของแม่ทีละคนมาอ้าปาก...อ้ำ....งับหัวนมแม่เข้าไป....แล้วก็ดูด..ดูด..ดูด  แม่จำความรู้สึกตอนนั้นได้ว่า  รู้สึกเจ็บเหมือนกัน  แล้วก็รู้สึกแปลก ๆ แต่สุขใจนะ  อันนี้อธิบายไม่ถูก  ต้องถามพวกแม่ ๆ ที่ให้นมลูกครั้งแรก  ไม่น่าจะแตกต่างกันเท่าไหร่นะ

ตอนนั้นแม่เป็นหวัดด้วย  แม่เลยต้องขอมาสค์กับพยาบาลไว้ใส่เวลาให้นมลูก  เพราะแม่กลัวหนูได้รับเชื้อโรคหวัดจากแม่ไง  แต่วันที่สอง  พยาบาลที่เค้าอุ้มลูกมาดูดนมแม่เค้าก็เชียร์ให้หอมลูก  แม่ก็กล้า ๆ กลัว ๆ แต่เห็นเค้าเชียร์ก็เลยหอมยายหนูของแม่ทั้งสองคน  รู้มั้ย  แม่ชื่นใจมาก ๆ เลย

เพราะหนูเกิดมาน้ำหนักน้อย 2.1 กับ 2.4 กิโลกรัม  แล้วก็น้ำตาลในเลือดต่ำ  ตัวเหลือง  ซึมด้วย  คุณหมอเด็กก็เลยสั่งพยาบาลให้เสริมด้วยนมผงชง  วันแรกหนูก็ได้กินนมวัวเลย  พอวันที่สอง  คุณหมอเด็กมาอธิบายให้แม่ฟังว่าถึงเหตุผลว่าทำไมต้องสั่งเพิ่มนมผง  แม่มีโอกาสคุยกับคุณหมอว่าแม่เป็นภูมิแพ้  หนูก็ได้เปลี่ยนไปกินนมถั่วเหลืองแทน  แต่เค้าป้อนด้วยแก้วนะ    

แต่ระหว่างอยู่โรงพยาบาล  พยาบาลก็จะอุ้มมาทุกสามชั่วโมงตอนกลางวัน  และทุกสี่ชั่วโมงตอนกลางคืน  แม่แทบจะไม่ได้หลับได้นอนเลย  การให้นมลูกแต่ละครั้งก็จะนานกว่าคนอื่นสองเท่า  (วันที่สอง คุณหมอให้พยาบาลสอนแม่ให้นมลูกท่ารักบี้  แต่แม่ไม่ไหว  เพราะต้องมีคนช่วยถึงจะทำท่านี้ได้  ตอนกลางวันพ่อต้องไปทำงาน  ไม่มีใครอยู่  ส่วนพยาบาล  พอจัดท่าเสร็จก็ออกไปห้องอื่นต่อ  กว่าจะกลับมา  ลูกแม่หล่นพอดี  ก็เลยกลายเป็นว่าแม่ต้องให้นมยายหนูของแม่ทีละคน)  หนูมาแต่ละครั้ง  ก็ยอมดูดมั่ง  ไม่ยอมดูดมั่ง  ตอนหลังแม่ถึงย้อนกลับไปสงสัยว่า  ไม่รู้พวกพยาบาลป้อนนมชงหนูมากไปจนอิ่มแปร้จนไม่ยอมดูดนมแม่แน่ ๆ เลย  (โทษพยาบาลอีก)  พอถึงวันที่สามน้ำนมแม่ก็ยังไม่มา  ทำไงดีล่ะ  กลุ้มใจมาก ๆ เลย  นอนก็ไม่ได้นอน  กินก็ไม่ลง  แต่ก็พยายามกิน  เหนื่อย  เพลีย  เครียด หัวนมแตกเป็นแผลอีก  วันที่สี่ก็ไม่มีน้ำนมมา  มาแค่ซึม ๆ เอง  

อ้อ ลืมบอกไป  คุณพ่อเป็นกำลังใจให้แม่ตลอดเลยนะ 

เรากลับบ้านกันประมาณวันที่ห้าหลังจากหนูแฝดของแม่คลอดออกจากท้องแม่  พ่อกับแม่ดูหนูอยู่กันเองสองคนสองคืน  ก็ให้ดูดเต้าแม่คนละ 15 นาที  ตามด้วยป้อนนมชงด้วยแก้วอีก 10 ซีซี  ทำแบบนี้มาสองคืน  เราพบว่า  ยายหนูของแม่ทั้งสองคนแทบไม่ได้หลับเลย  เพราะหิวนั่นเอง  พ่อลองเอาน้ำเปล่าให้หนูกิน  หนูกินแบบหิวกระหายมานานมาก ๆ  พ่อกับแม่คุยกันว่าเรากำลังทำผิดอยู่รึเปล่าเนี่ยที่เราปล่อยให้ลูกของเราหิวจนไม่ได้นอนแบบนี้  แล้วเราจะเลี้ยงลูกโตได้ไงถ้าลูกเราไม่ได้นอนเลย  (ตรงนี้  พวกสนับสนุนนมแม่ที่ประสบความสำเร็จก็จะบอกว่าต้องใจแข็ง  อดทน  แต่...)  พ่อกับแม่ทนไม่ได้  ก็เลยให้ลูกกินนมชงเพิ่มมากขึ้น  เพื่อให้หนูได้งีบซักหน่อยก็ยังดี  ส่วนเรื่องน้ำนมแม่น่ะ  เดี๋ยวมันก็มาเองแหละ 

(วันถัดมาเราก็โทรหาเซลส์ขายเครื่องปั๊มนมมาสาธิตแล้วก็สั่งซื้อแบบไฟฟ้าสองเต้าเลย  ด้วยหวังว่าแม่จะมีสต๊อกมากมายไว้ให้หนูกินตอนที่แม่ต้องกลับไปทำงาน  แถมว่าจะถอยตู้เย็นแช่ไอติมซะด้วย  แต่เพื่อนแม่เบรกแม่ไว้ก่อน)

ตอนนั้นหัวนมแม่แตก (ขนาดมากมายมหาศาล)  เป็นแผลเหวอะด้วย  เจ็บมาก ๆ สภาพเหมือนผิวหนังส่วนนอกสุดหลุดออกไป  แล้วก็ทำท่าว่าจะติดเชื้อซะด้วย  เพราะบริเวณรอบหัวนมจะเป็นสีแดง ร้อน ๆ ตำราบางเล่ม (คาดว่าเป็นตำราเก่า)  บอกว่าให้พักจากการให้ลูกดูด (ซึ่งปัจจุบันบอกว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำในการให้นมแม่)  แม่ก็เลยให้ลูกดูดตอนกลางวัน  ส่วนกลางคืนให้โอกาสหัวนมได้พักซักหน่อย  นี่คงเป็นอีกสาเหตุนึงที่ทำให้น้ำนมแม่มาไม่มากเท่าที่ควร 

เดือนแรกผ่านไป  แม่สังเกตว่าแม่จะน้ำนมให้หนูเยอะ ๆ ตอนเช้าที่ตื่นนอนเท่านั้น  แม่โทรปรึกษาศูนย์นมแม่  กลางวันหลังจากให้หนูดูดเต้าประมาณคนละ 15 นาที  แล้วให้นมชงต่อ  แล้วแม่ก็ปั๊มลมต่ออีก 10 นาที  ทำอย่างนี้อยู่จนหนูอายุเดือนครึ่ง  น้ำนมก็ยังไม่ได้มามากเท่าที่จะทำให้หนูอิ่มทั้งสองคน  โทรไปถามศูนย์นมแม่อีก  ก็บอกว่าทำแบบที่เค้าแนะนำแล้ว  ถามไปถามมา  ก็จบตรงที่ว่า  คุณแม่ทานอาหารน้อยเกินไปรึเปล่าคะ  เพราะแม่แทบกินไม่ได้เลย  ตั้งแต่หลังคลอด  ต้องฝืนกินมาตลอด  คุณแม่พักผ่อนเพียงพอรึเปล่าค่ะ  (ก็จะพอได้ไงล่ะ  แม่เลี้ยงหนูเองนะ  มีเด็กช่วยคนนึงซึ่งก็ไม่ใช่ญาติ  ไม่ได้รู้จักมักจี่มาก่อน  ก็จ้างมาจากศูนย์ฯนั่นแหละ  วันนึงเนี่ยแทบจะนอนนับชั่วโมงได้เลย)  แล้วก็จบตรงที่ว่า  “เป็นเพราะคุณแม่เครียด  ก็เลยทำให้มีน้ำนมน้อย”  แม่จำได้ว่าแม่เคยโทรไปถามเค้าประมาณสามครั้ง  ครั้งที่สามเนี่ยเค้าทำเสียงเบื่อหน่ายมากว่าแม่จะต้องทำอะไรผิดสูตรผิดขั้นตอนไปแน่ ๆ เลย  น้ำนมถึงยังไม่มาซักที  แม่รู้สึกนะว่า  คุณพยาบาลที่รับสายคอยตอบคำถามเนี่ย  ถามจริง ๆ เหอะ  กี่คนกันที่มีลูกกันแล้ว  ส่วนคนที่มีแล้วเนี่ยให้นมแม่สำเร็จมารึเปล่า  จากการเจรจา  แม้ว่าเค้าตอบคำถามด้วยความยินดี  แต่จากคำตอบ  แม่ก็รู้สึกอยู่ดีแหละว่าเค้าไม่ได้เข้าใจเราจริง ๆ      

แม่เริ่มหาสิ่งอื่นทำเพิ่มขึ้นเพื่อให้มีน้ำนมมากขึ้น  กิน Motillium  กินลูกซัด  กินยาประสระน้ำนม  รู้สึกว่าได้ผลเหมือนกันนะ  แต่...น้ำนมแม่ก็ไม่ได้มากขึ้นจนขนาดทำให้หนูอิ่มอยู่ดี  รู้สึกว่าตอนนั้นหนูอายุสองเดือนกว่า ๆ แล้ว  อีกไม่ถึงเดือนแม่ก็ต้องกลับไปทำงานแล้ว  สต๊อกนมก็ไม่มี  ลูกเราต้องกินนมผงจริง ๆ เหรอเนี่ย  พ่อเค้าสงสารแม่มาก  เพราะเค้าเห็นตลอดว่าแม่ทำอะไรบ้าง  แล้วมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง  ที่สำคัญ  พ่อเค้าคอยเป็นกำลังใจให้แม่ตลอดเลยนะ  แม่ปรึกษากับพ่อ พ่อบอกว่าถ้ายังเป็นอย่างนี้ต่อไป  เราให้ลูกกินนมผงก็ได้นะ  แต่เราก็ตกลงกันว่า  แม่จะพยายามให้นมหนูด้วยสองเต้าของแม่นี่แหละให้มากที่สุดระหว่างที่ไม่ยังลาคลอด  ถ้าแม่ต้องกลับไปทำงานก็ค่อยว่ากันใหม่ 

พอตอนแม่กลับไปทำงานจริง ๆ พ่อกับแม่ต้องรับหนูกับพี่เลี้ยงไปไว้บ้านคุณย่าตอนเช้า  แล้วไปรับตอนเย็น  เดือนแรกที่ต้องไป ๆ มา ๆ บ้านคุณย่าเนี่ย  หนูป่วยต้องไปหาหมอถึงสามครั้ง  ท้องเสีย  เป็นหวัด  ไข้ขึ้นสูง  พ่อคุยกับแม่ว่า  หรือแม่จะต้องออกมาเลี้ยงลูกเองซะแล้ว  แต่ญาติ ๆ พ่อไม่เห็นด้วย  ทำให้แม่ตัดสินใจว่ายังไง ๆ แม่จะให้ลูกกินนมแม่ให้ได้มากที่สุด  แม่ก็หิ้วเครื่องปั๊มคู่ชีพน้ำหนักประมาณสองกิโลกรัมเนี่ยไปกลับในวันทำงาน  แม่ปั๊มนมที่ทำงานวันละสามครั้ง กลับบ้านแม่ลุกขึ้นมาปั๊มตอนกลางคืนอีกทุก 3-4 ชั่วโมง  วันแรก ๆ ได้นมกลับมาให้หนูประมาณ 2-3 ออนซ์เอง  ต่อมามันก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเป็น 5-6 ออนซ์  แล้วก็เฉลี่ยประมาณ 7-8 ออนซ์  เอาเป็นว่าแม่ปั๊มหนึ่งวันทำงานได้น้ำนมกลับมาให้หนูสองคนกินได้ประมาณหนึ่งมื้อ  (แม่เคยได้สูงสุดประมาณวันละ 13-14 ออนซ์  แต่ได้อยู่แค่ประมาณสองสัปดาห์เอง  อย่าคุยเลย)  แม่จำได้ว่าแม่เลิกปั๊มกลางคืนหลังจากกลับมาทำงานได้ประมาณ 3-4 เดือน  เพราะแม่ไม่ไหวแล้วจ้า        

ตอนนี้ยายหนูของแม่ทั้งสองคนอายุหนึ่งปีครึ่งแล้วนะลูก  (แม่ว่าหนูทั้งสองคนมีพัฒนาการค่อนข้างเร็วนะ  อาจจะเป็นเพราะคู่แฝดจะมีคู่แข่งรึเปล่า)  ทุกวันนี้หนูก็ยังได้กินนมปั๊มกับนมเต้าอยู่นะจ๊ะ  น้ำนมแม่น้อยลงเรื่อย ๆ แล้วแหละ  เพราะหนูโตขึ้นมาก  แล้วแม่ก็ลดการปั๊มลงด้วย  (จริง ๆ แม่คิดว่าแม่จะเลิกปั๊มตอนหนูอายุขวบครึ่งเนี่ยแหละ  ถ้าไม่บังเอิญหนูติดไข้หวัดจากพี่เลี้ยงมักง่าย)  สิ่งหนึ่งที่แม่อยากบอกกับหนูทั้งสองคน  “แม่ไม่ได้รักหนูทั้งสองคนน้อยกว่าแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ล้วนเลยนะลูก”         

 

...........................................................................................................................................................

เนื่องจากบทความเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่เผยแพร่ในสื่อต่างๆ ส่วนใหญ่ (เกือบทั้งหมด) เป็นบทความที่แสดงถึงความสำเร็จในการให้นมแม่แก่ลูกน้อย  โดยแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จส่วนใหญ่ที่มากเกินร้อยของแม่ ๆ เหล่านั้น  มีน้ำนมแม่เก็บจนล้นสต๊อก  มีน้ำนมแม่เหลือเฟือที่จะบริจาค  ก็เลยอยากให้บทความนี้แสดงให้เห็นการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในอีกด้านที่มีความสำเร็จไม่ถึงร้อย  แต่น่าจะเป็นกำลังใจให้แม่ ๆ ที่มีความสำเร็จไม่ถึงร้อยท่านอื่น ๆ ได้เหมือนกัน 

แม่น้องแฝด 

ต้องการแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทความนี้ กรอกแบบฟอร์มล่างสุดค่ะ




แม่มือเก่า...เล่าให้ฟัง

Bell Phaphat Kaosanit
Natkittiya Icyjet Terapreyapong
Toonie Toon
Wilawan Pechthong
Oiy Namon
Menee Khong-Udnun
Rungfar Chaiya
Gypso Yanakron
Woraluck Supcharoen
ธารา มัม
Angel Fáh
KaRo Jung
Premkamon Ketbunjong
Ann Jaruwan
My-Favorite An Ya
Masjung Ja
Linda Yaya Lakthong
Jaratsri Ruangsrisut
น้องขวัญ
เรื่องของแม่หนึ่ง
ประสบการณ์กู้น้ำนมของแม่อ้อย
น้องไอหมอก
นมไหนใครว่าแน่.. article
แม่น้องปุ๊บปั๊บ
(น้ำ) นมนี้แม่สร้างได้
แม่น้องเจสสิกา
เรื่องของน้องเก้า
เรื่องของน้องโอห์ม
แม่น้องต้นหนาว
คุณแม่น้องเนส
คุณแม่ลูกเอิร์ท
ครอบครัวตัว ต.
เรื่องของแม่น้องมุก
คุณแม่สายใยรัก
พลังรักถักทอเพื่อลูกเอิง
เจ้าตัวน้อยของแม่ - สำหรับแม่ที่กังวลเรื่องน้ำหนักลูก
เรื่องของคุณชลาลัย
เรื่องของแม่น้องนาย
เรื่องของแม่นงนุช
เรื่องของแม่น้อง 4WD
เรื่องของคุณกชกร
เรื่องของน้องน้ำเหนือ
เรื่องของแม่น้องโกะ
ความทรงจำของสองเรา
ท้องสอง ไม่ลองไม่รู้
เรื่องของแม่ตูน
เรื่องของแม่น้องคีย์ Part 2
เรื่องของแม่น้องณัจ
เรื่องของแม่น้องจู๊ด
รักต้องสู้ article
ความจริงของคนเป็นแม่ที่ไม่มีใครบอกคุณ
เรื่องของคุณแม่นักปั๊ม
กับดักคุณแม่ทุนนิยมสมัยใหม่
การรับมือกับความเปลี่ยนแปลงจากลูกโทนไปสู่การเป็นพี่คนโต
นมแม่ไม่ใช่แค่อาหาร
เส้นทางของเราสองคน
ฝันของแม่
A Three Course Meal and a Dance
นมแม่ดีแท้ จากแม่พี่จู-น้องเติ้ล article
ฉันทำไปเพื่ออะไรเนี่ย? article
บันทึกของแม่เพื่อต้นหนาว
คำแนะนำจากแม่น้องปุน article
แม่ต่ายขอคุยด้วยคน article
แม่ของอาริสะ article
เรื่องของแม่เอื้อย article
เรื่องของแม่อ้อน article
ยุ้งฉางเล่าเรื่องนมแม่ article
คุณวิภาดา กิตติโกวิท



[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (19851)

เราก็เป็นคุณแม่ที่ไม่ได้กินนมแม่เหมือนกัน (เพราะสัก 50 ปีก่อน แม่เราว่า ใครๆ ก็ต้องซื้อนมผงให้ลูกกินกันทั้งนั้น ระบุ ยี่ห้อนั้น ยี่ห้อนี้กันเลย )   แต่ตัวเราก็เห็นด้วยอย่างยิ่งว่านมแม่ต้องเป็นอาหารเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก  ตั้งใจตั้งแต่ลูกคนแรกก็ทำได้สำเร็จนมแม่อย่างเดือน 6 เดือน และให้อีกนานกว่า 2 ปี พอลูกคนที่สองก็สบายๆ เลย  แม่น้องแฝอเก่งมากเลย  ท้องแรกเป็นลูกแฝดด้วยคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น แม่เป้ (meen-dot-123-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-02-10 08:16:13


ความคิดเห็นที่ 2 (19978)

ใช่ค่ะ แม่เป้  สงสัยเรา ๆ จะเป็นคนรุ่นเก่า ๆ หรือโบราณ ๆ หน่อย  ในยุคที่การสื่อสารยังไม่ดี่เท่าที่ควร  พ่อแม่ของเราก็เลยโดนกับดักทางการตลาดทำให้เราถูกเล่นงานด้วยนมวัวกันเป็นแถว ๆ เห็นด้วยค่ะว่านมแม่ต้องเป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูกสิน่า  แม้เป้เนี่ยท้องแรกก็สำเร็จสวยงามแล้ว  เก่งค่ะ  จากใจจริง

ผู้แสดงความคิดเห็น แม่น้องแฝด (thewinwin-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-02-10 13:50:16


ความคิดเห็นที่ 3 (20268)

อ่านแล้วมันเศร้าๆนะคะ แต่มันก็เป็นเรื่องที่สวยงามมากด้วย
แม่น้องแฝดมีความพยายามมากเลยค่ะ เชื่อเลยว่ารักลูกมากขนาดนั้น
ขอชื่นชมในสิ่งที่ทำไปนะคะ

เข้าใจความรู้สึกของแม่ที่มีปัญหา ที่คิดว่าคน(อื่นๆ)ที่ไม่ได้เจออย่างเราเขามักจะมองว่ามันเป็นเรื่องง่ายๆ (และมองว่าเราเรื่องมากหรือไม่ยอมทำเอง) เข้าใจเลยค่ะว่าถ้าไม่เจอกับตัวเองจริงๆมันก็เข้าใจยากนะ

ขวบครึ่งแล้ว ป่านนี้คงสบายใจแล้วเนอะ ผ่านไปแล้วทำดีที่สุดแล้ว
เราเชื่อว่าน้องแฝดทั้งสองคนจะได้รับสิ่งดีๆชดเชยในตอนโตแน่ๆค่ะ
แม่บางคนเลี้ยงลูกเล็กๆด้วยนมแม่ล้วนสำเร็จ
แต่พอเค้าโตไปกลับทิ้งลูก ไม่ให้เวลากับลูกมันก็เท่านั้นแหละค่ะ
เรายังมีสิ่งดีๆรอที่จะให้ลูกเราไปอีกทั้งชีวิต
แค่เริ่มต้นไม่ดีนักไม่ได้หมายความว่าลูกเราจะโชคร้ายซักหน่อย
 

ผู้แสดงความคิดเห็น แม่จู๊ด (connectwaew-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-02-11 02:38:54


ความคิดเห็นที่ 4 (20269)

 ลืมขอบคุณที่เขียนมาเล่าให้ฟังเลยค่ะ

อ่านแล้วรู้สึกเหมือนมีเพื่อน มีคนเข้าใจ ขอบคุณมากๆค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น แม่จู๊ดค่ะ วันที่ตอบ 2009-02-11 02:40:45


ความคิดเห็นที่ 5 (20383)

ขอบคุณแม่น้องจู๊ดด้วยเหมือนกันค่ะ  อย่างน้อยก็รู้สึกว่าเรามีเพื่อนที่เคยมีความรู้สึกเหมือน ๆ กันเพิ่มขึ้นคนนึง  เห็นด้วยค่ะว่าเรายังมีสิ่งดี ๆ อย่างอื่นที่รอให้เค้าอีกเยอะแยะ  กว่าเค้าจะโต  เคยมีเพื่อนแม่ลูกอ่อนในออฟฟิศเค้าก็บอกเราแบบนี้เหมือนกันค่ะ  ขอบคุณค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น แม่น้องแฝด (thewinwin-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-02-11 09:58:54


ความคิดเห็นที่ 6 (20438)

เหมือนกันเลยค่ะ เก่งมากเลยค่ะ แม่น้องแฝด เราเองลูกคนเดียวยังแทบ เอาตัวไม่รอด กินนมแม่เป็นยาละกัน แต่ก็แอบภูมิใจเล็กๆนะคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น แม่น้องเอ้ก (jip_jpb-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-02-11 15:09:55


ความคิดเห็นที่ 7 (20638)

ขอบคุณแม่น้องเอ้กค่ะ  ฮิ ฮิ อยากบอกว่า ตอนที่ปั๊มนมแรก ๆ ได้น้ำนมน้อยมาก ๆ น้อยมากขนาดต้องเทจากขวดปั๊มใส่ช้อนกาแฟป้อนลูกน่ะ  ตอนนั้นก็ยังคุย ๆ กับคุณสามีเหมือนกันว่า  ให้ลูกกินนมแม่เป็นเหมือนกินยาเลยเนอะ  ตอนนี้เลยมาเจอแม่น้องเอ้กที่คิดเหมือนกัน  ตอนนี้โอเคค่ะ  พอนึกย้อนกลับไปตอนนั้น  ก็ตลก ๆ ดีเหมือนกัน 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น แม่น้องแฝด (thewinwin-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-02-12 10:58:32


ความคิดเห็นที่ 8 (21934)

เราก็ไม่ได้กินนมแม่เพราะตอนคลอดเราแม่ไม่สบายเราเลยอยากให้ลูกเราได้กินนมแม่ได้รับความรักความอบอุ่นจากอกเราเวลากินนมเราเป็นพยาบาลต้องเข้าเวรกลางคืนบ่อยๆพักผ่อนน้อยน้ำนมไม่ค่อยมีมากแต่เราก็พยามให้ลูกกินนมแม่ให้มากที่สุด มาทำงานส่วนมากจะมีเวลาบีบนมแค่ครั้งเดียวแถมที่ทำงานยังทำเหมือนการที่เราบีบนมเป็นเรื่องแปลก(เราเป็นคนแรกที่บีบบนมในที่ทำงาน)เราพยายามไม่สนใจอะไรทั้งนั้นนอกจากพยายามทำให้ลูกได้กินนมแม่นานที่สุดซึ่งตอนนี้ลูกแปดเดือนครึ่งยังกินนมแม่คู่กับนมผสม(นมผสมขนาด400กรัม 2 กระป่องต่อเดือน)เค้าแข็งแรงดีมากอ้วนจ้ำม่ำ

ผู้แสดงความคิดเห็น แม่เอินเอิน (napara09-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-02-15 05:05:01


ความคิดเห็นที่ 9 (22043)

อ่านแล้วรู้สึกดีมากเลยนะค่ะ  ดิฉันก็เป็นคนหนึ่งที่มีปัญหาเรื่องการให้นมแม่ แต่ก็ตั้งใจแล้วว่ายังไงก็ต้องให้นมแม่ให้ได้ ทุกวันนี้ปั๊มนมให้น้องไออุ่นน้องกินนมแม่อย่างเดียวเพราะน้องไออุ่นดูดนมไม่เก่งไม่กระตุ้นน้ำนมจนนมแห้งเลย  ตัดสินใจซื้อเครื่องปั๊มน้อง อายุได้ 5  เดือนกว่าแล้วค่ะ  มีสต็อกตำนมประมาณ 2000 กว่าออนซ์ ฝากไว้ที่ห้องเย็น  ดิฉันคิดว่าการที่คุณแม่จะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญมาก สามีดิฉันก็คอยเป็นกำลังใจให้ยิ่งตอนที่นมคัดเป็นก้อน ๆ ทรมานมาก ๆ เลย  เป็นกำลังใจให้น่ะค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น แม่น้องไออุ่น (marika_aye-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-02-15 10:31:09


ความคิดเห็นที่ 10 (22403)

คลีนิคนมแม่ศิริราชไม่รู้มีไว้ทำอะไรช่วยอะไรไม่ได้เลย ดิฉันก็เคยโทรไปปรึกษาเหมือนกัน เค้าตอบว่าตอนนี้เคสเยอะยังไม่ว่างคุยด้วย แล้วก็หลอกให้ดิฉันโทรมาใหม่หลัง4โมงเย็น พอโทรไปปรากฎว่าไม่มีใครอยู่แล้วค่ะ กรรมจริงๆ ในที่สุดตนเป็นที่พึ่งแห่งตนจริงๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น แม่น้องแป้ง (t_sivakarn-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-02-16 03:35:41


ความคิดเห็นที่ 11 (22660)

เห็นด้วยค่ะคุณแม่น้องแป้ง ตอนที่เราน้ำนมน้อยนะ เค้าก็จะบอกว่านมยังเยอะอยู่นี่ค่ะ

เข้าใจว่าพยาบาลมีน้อยเลยไม่มีเวลามาตอบคำถาม โทร.ไปกี่ครั้ง กี่ครั้งก็ตอบแต่คำตอบเดิม ๆ  อ่ะ

สุดท้ายก็ต้องหาอ่านจากเวปไซด์เอาเองอะคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น แม่เนเน่ วันที่ตอบ 2009-02-16 16:46:28


ความคิดเห็นที่ 12 (23513)

เคยแวะไปถามอยู่เหมือนกัน  พยาบาลบอกว่าต้องให้เราไปลงทะเบียนเป็นคนไข้ของศิริราชก่อน  แล้วหาหมอเด็ก แล้วให้หมอเด็กที่เราหาส่งตัวเรากับลูกไปคลีนิคนมแม่  เราไม่คิดว่ามันจะยุ่งยากมากขนาดนี้ เราก็เลยกลับน่ะ  หาทางช่วยตัวเองดีกว่า 

เราว่าจริง ๆ เค้าคงอยากช่วยแหละ  แต่เห็นด้วยกับแม่น้องแป้งกับแม่เนเน่  ว่าเค้าน่าจะมีเคสเยอะมากอยู่แหละ  ก็เลยอาจจะบริการไม่ทั่วถึง  บังเอิญเราเข้าไปจังหวะที่ไม่ค่อยดีน่ะ  ก็เลยไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่

 

ผู้แสดงความคิดเห็น แม่เหมือนกัน วันที่ตอบ 2009-02-18 09:49:31


ความคิดเห็นที่ 13 (34873)

ตอนที่มีลูกคนแรก เคยคิดว่า ใคร ๆ ก็เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ เราเองก็น่าจะทำได้ หาหนังสือมาอ่านเตรียมไว้แล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ พยายามจนท้อ ดีใจที่ได้เห็นบทความนี้ เพราะไปอ่านที่ไหน ๆ ก็เจอแต่แม่ทีป่ระสบความสำเร็จในการให้นมแม่ จนทำให้เรารู้สึกว่า เราเป็นแม่ที่แย่  โทรไปที่ศิริราชก็เจอเหมือนแม่น้องแป้ง เขาบอกว่า คนไข้เยอะ เขาไม่มีเวลามาฟังเรา ^^"

ครั้งนี้ท้องสองแล้ว หาข้อมูลเพิ่มเติมเยอะกว่าเดิมมาก จะพยายามอีกครั้ง และอยากทำให้สำเร็จให้ได้ เพราะตัวเองก็เป็นภูมิแพ้ ลูกสาวคนโต ตอนนี้ 4 ขวบแล้ว ก็เป็นภูมิแพ้เหมือนแม่เลย เห็นลูกป่วยบ่อย ๆ แล้วก็สงสารค่ะ

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น แม่ตังเม วันที่ตอบ 2009-03-12 11:55:05


ความคิดเห็นที่ 14 (48861)

ในฐานะพ่อทุกคน ขอบคุณภรรยาที่อดทนสำหรับการให้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกที่พ่อไม่สามารถทำให้ได้  ตอนที่ได้เห็นภรรยามีความพยายามในการให้นมแม่ ไม่ว่าจะให้จากเต้า หรือการต้องปั๊มนม สรรหาความรู้จากทุกสื่อ ขนขวายบรรดาอาหารหรือยาที่จะทำให้น้ำนมมากขึ้น ทำให้อดสงสารไม่ได้  แต่ก็นี่แหละเป็นสิ่งที่บอกว่าแม่รักลูกมากแค่ไหน  ขอบคุณจริงๆกับความยากลำบากตั้งแต่ตอนตั้งท้องจนถึงคลอดและการให้นมแก่ลูก  อยากจะบอกว่าพ่อและลูกรักแม่มากที่สุด

ปล.ขอโทษนะที่เห็นบทความนี้ช้าไปหน่อย

 

ผู้แสดงความคิดเห็น พ่อน้องแฝด วันที่ตอบ 2009-03-31 12:44:54


ความคิดเห็นที่ 15 (103999)

ถ้าน้องแฝดโตขึ้นได้อ่านสิ่งที่คุณแม่เขียน น้องต้องรักพ่อกับแม่มากมายเลยค่ะ ต้องภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นลูกของคุณ ขนาดดิฉันเองอ่านแล้วยังซึ้งและประทับใจเลยค่ะ ดิฉันเองก็มีปัญหาน้ำนมมาน้อยเหมือนกัน ตอนนี้น้องแอนโทนี่เกือบจะ1 เดือนแล้ว น้องทานจุมาก บวกกับดิฉันนมน้อยก้เลยจำเป็นต้องให้นมผสมควบคู่กับนมแม่ เพราะตอนหลังผ่าคลอด 2 วันแรกให้น้องทานแต่นมแม่ นมก็ไม่มีเลยสงสารน้อง เพราะน้องดูดแล้วไม่มีน้ำนมน้องก็จะร้องไห้ไปเพราะหิว จนทนไม่ไหวเลยบอกเนิร์สเซอรี่ว่าให้นมผสมน้องนิดหน่อยด้วยเพื่อไม่ให้น้องหิว แต่ก็ยังตั้งใจให้น้องทานนมแม่ แล้วให้น้องมาดูดกระตุ้นทุก2-3 ชั่วโมง ซึ่งยังไม่มา จนวันที่ 4 เริ่มมีแบบซึมนิดๆ พอวันที่จะออกจากโรงพยาบาล น้องก็ร้องไห้ขณะอยู่ในลิฟท์เพราะความหิว ด้วยความที่น้องทานจุ เนิร์สเซอรี่จึงเตรียมนมผสมที่ชงมาให้เรียบร้องแล้ว 4 ออนซ์ ก็เลยเอานมผสมนั้นให้น้องทาน ไม่เคยคิดว่าลูกจะหิวขนาดนี้ คือทานอึกๆ ๆ ๆ แบบหายใจไม่ทัน พยาบาลเนิร์สเซอรี่ที่ตามมาส่ง สังเกตุหน้าของน้องดำ ตอนนั้นตกใจมากกลัวจริงๆ ดีที่ยังอยู่ที่โรงพยาบาลและมีเนิร์สเซอรี่คอยช่วย นี่ก็เป็นประสบการณ์หนึ่งที่อยากจะบอกให้เป็นอุทาหรณืค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น แม่น้องแอนโทนี่ วันที่ตอบ 2009-07-18 14:22:39


ความคิดเห็นที่ 16 (105781)

ผมคิดว่า คุณแม่ทำได้ดีที่สุดแล้ว เยี่ยมยอดเลยครับ

แม้ดูเหมือนว่าจะัได้น้ำนมไม่ได้ดั่งใจ แต่ผมคิดว่านี่คือ "เลือดในอกผสม" ของคุณแม่ที่น่าภาคภูมใจที่สุดแล้ว

สิ่งที่คุณแม่ทำนั่นแหละคือ "ชัยชนะ" ที่คุณแม่ควรภูมิใจ สัมผัสแห่งรัก ความทุ่มแทพยายาม หัวใจที่สู้ไม่ทอย แม้ความเจ็บปวดจะรออยู่ตรงหน้าแต่คุณแม่ก็พร้อมยอมลุยเพื่อลูกรัก เหล่านี้แหละคือ "น้ำนมแห่งชีวิต" ที่คุณแม่ได้ให้แก่เขาทั้งสอง

ผมเชื่อว่าเขาจะภาคภูมิใจ พอใจ ดีใจ มากกว่าที่ได้กินนมอิ่มๆ แต่ไม่ได้มาจากความรัก ความทุ่มเท ความตั้งใจ และสัมผัสแห่งรักที่มีให้กับเขา ผมเชื่อว่าเขาสัมผัสได้ถึงสิ่งเหล่านี้ 

ขอให้ความรักที่คุณพ่อคุณแม่มีให้กับเขาจะยั่งยืนตลอดไป ไม่ว่าเขาจะได้ดั่งใจหรือไม่ก็ตาม

เพราะ "ความรักลบล้างความผิดได้"

ผู้แสดงความคิดเห็น ไธรฌี คุณพ่อลูกแฝด (thaithai889-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-10-05 07:37:55


ความคิดเห็นที่ 17 (150071)

เราก็เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เหมือนกัน ผ่าตัดคลอด และมีปัญหาท่อน้ำนมอุดตัน น้ำนมมี แต่บีบไม่ออก ปวดทรมานมาก ต้องบีบ นวด เค้น ปั้ม ทั้งมือตัวเอง มือพยาบาล และเครื่องช่วยปั้ม ทำทุกวิถีทาง ปวดนมจนนอนไม่ได้ ไข้ขึ้น ความดันสูงเกือบสองร้อยอยู่หลายวัน นมทั้งสองเต้าระบมและหัวนมอักเสบแสบร้อนจนไม่สามารถติดกระดุมเสื้อได้ บีบนมอยู่เป็นชั่วโมง ได้น้ำนมมาแค่ 10 cc  บางครั้งมีเลือดปนออกมาด้วย แต่ก็ต้องเอาให้ลูกกิน(พยาบาลพาลูกมาให้ดูดนมแม่เหมือนกัน แต่น้ำนมไม่ออกมา)พอเข้าวันที่สามที่สี่ น้ำนมเพิ่มมาเป็น 20 ccดีใจมาก อยู่โรงพยาบาล 7วัน วันสุดท้ายก่อนออกโรงพยาบาลสามารถบีบนมให้ลูกกินได้ถึง 60cc ถือเป็นความภูมิใจสุดๆ

แต่พอกลับมาที่บ้าน น้ำนมก็เริ่มน้อยลง อาจเป็นเพราะเหนื่อยจากการเลี้ยงลูกเอง กินอาหารครบ 5 หมู่แต่ปริมาณไม่เพียงพอในการสร้างน้ำนม ท้อเหมือนกัน และเหนื่อยมาก สภาพร่างกายดูโทรมไปเลย จนพ่อกับแม่รวมทั้งสามีเห็นคงอดสงสารเราไม่ได้ ขอร้องให้เราหยุดให้และใช้นมผงแทนเถอะ แต่ว่าด้วยความตั้งใจอย่างแน่วแน่ คิดว่านี่คือสิ่งสำคัญที่สุดที่จะให้กับลูกได้ คือการมีสุขภาพที่แข็งแรง ไม่มีโรคภัย จึงพยายามค้นหาว่ามีอะไรที่จะทำให้เพิ่มน้ำนมได้บ้าง โชคดีได้กินชาที่ทำจากสารสกัดจากธรรมชาติ  ที่คนเค้าแนะนำให้ดื่ม และท่อน้ำนมไม่อุดตันแล้ว ทำให้มีปริมาณน้ำนมเพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันหลังจากให้นมลูกมาได้6เดือนกว่า น้ำนมก็เพิ่มมากขึ้นจนไหลออกมาเองเมื่อถึงเวลาที่ลูกเริ่มหิว เหมือนเป็นสัญชาตญาณระหว่างแม่กับลูก 

ขอชมเชยในความตั้งใจ ทุ่มเท และพยายามของคุณแม่น้องแฝดค่ะ เลี้ยงลูกแฝดไม่ง่ายเลย แถมยังให้ลูกกินนมแม่ด้วย ความเหนื่อยนี้เข้าใจดีเลยค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น แม่น้องecho วันที่ตอบ 2011-08-27 03:08:41


ความคิดเห็นที่ 18 (150270)

เราเองก็มีปัญหาเรื่องน้ำนมน้อยค่ะ ร้องไห้และท้อใจอยู่หลายหน คนรอบข้างก็บอกว่าให้เลิกเถอะ ให้ลูกกินนมผงอย่างเดียวก็ไม่เป็นไร แต่วันนึงเราไปอ่านเจอบทความบอกว่านมเพียงหนึ่งช้อนชาก็มีประโยชน์กับลูกเพราะลูกจะสามารถสร้างภูมิคุ้มกันต่อจากนมเราได้ก็เลยฮึดสู้อีกครั้งค่ะ ปั๊มวันนึงได้ประมาณ 6 Oz เองเพราะไม่ค่อยมีเวลาเนื่องจากกลับมาทำงานแล้ว แต่จนตอนนี้น้องวินได้ 5 เดือนกว่าแล้วก็ยังให้อยู่ อย่างน้อยได้น้อยก็ขอให้ได้นานค่ะ น้องวินแข็งแรงมาก รู้สึกดีใจมากค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น แม่น้องวิน วันที่ตอบ 2011-09-23 13:33:59


ความคิดเห็นที่ 19 (152602)

อ่านแล้วรู้สึกดีมากเลยคะ เจอเพื่อนแล้ว

เราก็เป็นคนนึงที่ยังไม่ประสพความสำเร็จในการให้นมแม่ น้องไม่ดูดนมแม่ร้องไห้ คนอื่นก็ไม่สนับสนุน จะให้ทานนมผงท่าเดียว แต่เราตั้งใจเต็มที่ที่จะให้น้องทาน ไม่ได้จากเต้า ปั๊มก็ยังดี ทำทุกอย่างเหมือนกันคะ แต่ก็อาจจะเพราะเราเครียด เรากินน้อย นอนน้อย ก็ทำให้มีนมน้อย เคยปั้มได้เต็มที่ 2 เต้า 6 oz. ตอนนี้น้องพศิน อายุ 3 เดือนแล้ว ก็ยังต้องนมผงผสมกันไป เอามาปั้มที่ออฟฟิศด้วย แต่เราก็มีความหวังทุกวันว่าน้ำนมจะมีมากขึ้น ยังจะทำต่อไปค่ะ สู้ๆๆๆ นะคะ คุณแม่ๆๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น แม่น้องพศิน วันที่ตอบ 2013-01-10 11:27:52



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล