ท้องสาม ลองแล้วถึงรู้ ตอน ตัวเหลือง
ReadyPlanet.com
ardo calypso
dot
เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ : ข้อควรปฎิบัติ
dot
bulletการเริ่มต้นชีวิตที่ดีที่สุดสำหรับทารก 1
bulletการเริ่มต้นชีวิตที่ดีที่สุดสำหรับทารก 2
bulletวิธีเลือกกุมารแพทย์ให้ลูก
bulletก่อนคลอด
bulletสิ่งที่ต้องทำเมื่ออยู่ ร.พ.
bulletหลังคลอด
bulletท่าในการให้นม
bulletBreast Crawl
bulletความคาดหวังของลูกน้อย
bulletบันทึกการให้นมลูก
bulletวิธีให้นมเสริมอย่างถูกต้อง
bulletสัมผัสรักระหว่างแม่ลูก
bulletโรงพยาบาลสนับสนุนนมแม่
bulletแบบสอบถาม
dot
ปัญหาเรื่อง นมแม่
dot
bulletวิธีแก้ปัญหานมไม่พอ
bullet"นมแม่" ถ้าเข้าใจ ยังไงก็พอ
bulletนมพอหรือไม่
bulletเมื่อลูกไม่ดูดนมแม่ (new)
bulletอาหารเพิ่มน้ำนม
bulletวิธีเพิ่มน้ำนมด้วยการปั๊มนม
bulletWorkshop เพิ่มน้ำนม (new)
bulletยาประสระน้ำนม
bulletDomperidone (Motilium)
bulletยาเพิ่มน้ำนม Motilium
bulletคำเตือนสำหรับการใช้ยา Domperidone
bulletน้ำหนักตัวเพิ่มช้า
bulletน้ำหนักตัวน้อย
bulletเจ็บหน้าอก หัวนมแตก
bulletการบีบหน้าอก ช่วยลูกดูดนม
bulletลูกแพ้นมแม่หรือเปล่า
bulletตัวเหลือง
bulletสารพันปัญหา
บริจาคนมแม่
dot
เมื่อแม่ต้องไปทำงาน
dot
bullet20 เคล็ดลับสำหรับแม่ทำงาน
bulletมาทำ stock น้ำนม กันเถอะ
bulletวิธีให้ลูกยอมดูดนมแม่จากขวด
bulletจะให้ลูกกินอะไรเมื่อแม่ไปทำงาน
bulletวิธีเก็บรักษานมแม่
bulletต้องเตรียมปั๊มนมไว้ให้ลูกแค่ไหนถึงจะพอดี ?
bulletโปรแกรมคำนวณนมแม่
bulletยาคุมกำเนิด
dot
คุณแม่นักปั๊ม
dot
bulletการปั๊มนมโดยใช้เครื่องปั๊มนม
bulletปั๊มนมอย่างไรให้พอ หากลูกไม่ดูดจากเต้า
bulletข้อคิดก่อนซื้อ ที่ปั๊มนม
bulletเพิ่มน้ำนมภายใน 14 วันแรก
bulletเครื่องปั๊มนมยี่ห้อไหนดี
bulletเรื่องของคุณแม่นักปั๊ม
bulletถุงเก็บน้ำนมแม่
dot
กลเม็ดเคล็ดลับ
dot
bulletซื้อเครื่องปั๊มที่ไหนดี
bulletวิธีบีบน้ำนมด้วยมือ (new)
bulletบีบด้วยมือ vs ปั๊มด้วยเครื่อง
bullet10 เคล็ดลับเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้ครบปี
bulletนอนให้นม...สบายมากๆ เลย
bulletอุปกรณ์เสริม ช่วยแม่ให้นมลูก
bulletมุมให้นมแม่
bulletวิธีพาสเจอร์ไรซ์นมแม่
dot
ปัญหาที่พบไม่บ่อย
dot
bulletลิ้นติด (Tongue Tie)
bulletเลี้ยงลูกแฝดด้วยนมแม่
bulletต้องการถามปัญหาอื่นๆ
bulletทำไมทารกร้องไห้โยเย
dot
หนังสือแนะนำ
dot
bulletขอรับหนังสือนมแม่ฟรี
bulletการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
bulletสร้างชีวิตมหัศจรรย์ด้วยน้ำนมแม่
bulletนมแม่ ทุนสมองของลูกรัก
bullet เคล็ดลับ...แม่มือใหม่ "นมแม่"
bulletเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
bulletพัฒนาสมองด้วยนมแม่...
bulletGuide to Breastfeeding
dot
แหล่งข้อมูลความรู้เรื่องนมแม่
dot
bulletคลินิกนมแม่ทั่วประเทศ
bulletนมแม่ แน่ที่สุด
bulletศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย
bulletคลีนิครัก
bulletศริริราชออนไลน์
bulletสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติ
bulletwww.breastfeeding.com
bulletPromom
bulletรักลูก
bulletLa Leche League
bullet4woman
bulletMother & Child Health
bulletWABA
bulletBreastfeedingonline
bulletDr. Sears
bulletbreastfeedingbasics
bulletwebboard
bulletkellymom
bulletDr. Jack Newman
bulletInfact
bulletgotbreastpump
bulletNew Beginnings
bulletโครงการสายใยรัก
bulletศูนย์ข้อมูล สสส
bulletUNICEF
bulletbreastfeedingmadesimple
bullethm4hb
bulletLactation Narration
bulletNormalFed
dot
Brainfeeding
dot
bulletเก็บมาฝาก
bulletIf we don't care, who will?
bullet๖๐ เรื่องน่ารู้ ในหลวงของเรา
bulletสัมภาษณ์ ดร. อาจอง ชุมสาย ฯ
bulletคนดีของพ่อ
bulletเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้รู้
bulletคุยกับประภาส
dot
Sponsor Link
dot
bulletbfdcenter
bulletร้านนมแม่
bulletศูนย์รวมฟิล์มทุกชนิด
bulletV-Kool
bulletSuvarnabhumi Airport Hostel
bulletBussaba Bangkok Boutique Hotel Suvarnabhumi Airport
bulletbeing-mom
bulletมีลูกยาก
bulletSite Map
unimom allegro
medela pump in style advanced


ร้านนมแม่-เครื่องปั๊มนม


ท้องสาม ลองแล้วถึงรู้ ตอน ตัวเหลือง

สวัสดีค่ะ

ในที่สุดก็มีเวลามารำพันกันต่อ ลูกสามนี่วุ่นวายเข้าขั้นโกลาหลเลยทีเดียวค่ะ ด้วยไม่ได้คิดว่าจะมีลูกคนที่สาม ตอนที่รู้ว่าท้องก็เลยงงๆ ไปหลายเดือน ดีว่าคนเราท้องเก้าเดือน เลยมีเวลาทำใจพอสมควร แต่ก็ดีค่ะ มีลูกคนนี้ทำให้ได้ประสบการณ์ดีๆ มาเล่าสู่กันฟังอีกเยอะทีเดียว

แม่ตูนเป็นผู้จุดประเด็น "ท้องสอง ไม่ลองไม่รู้" ก็เลยทำให้ได้ "ท้องสาม ลองแล้วถึงรู้" ตามมาค่ะ ตอนท้องแรกพยายามจะคลอดเองแต่ไม่สำเร็จ ทำให้ต้องผ่า คนที่สองก็เลยผ่าตาม ลูกก็เลยไม่ได้ดูดนมภายในชั่วโมงแรก ตามที่เขาพยายามจะรณรงค์กัน พอท้องนี้ก็ต้องผ่าคลอดอีก ตอนแรกก็คิดว่าคงไม่ได้ดูดเหมือนเคยเพราะเข้าใจว่าคงทำไม่ได้ แต่คิดผิดค่ะ เพราะกุมารแพทย์ที่เลือก บอกตั้งแต่ตอนที่เริ่มบล็อคหลังเลยว่า เดี๋ยวจะให้ลูกดูดนมในห้องผ่าคลอดเลย ตอนที่ได้ยินนั้นรู้สึกดีใจมากๆ เพราะไม่คิดมาก่อนว่าผ่าคลอดจะทำได้เหมือนกัน

เรื่องนี้ยิ่งตอกย้ำความจริงที่ว่า การเลือกกุมารแพทย์ที่สนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จริงๆ (ไม่ใช่ทำทีว่าสนับสนุนตามกระแส) เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับคุณแม่มือใหม่ที่ตั้งใจจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
 
ต้องเล่าให้ฟังก่อนว่าคลอดที่โรงพยาบาลเดียวกันทั้งสามท้อง สูติแพทย์และวิสัญญีแพทย์ คนเดิมตลอด แต่กุมารแพทย์นี่เปลี่ยนทุกครั้งค่ะ คนแรกก็แนะนำนมผสมให้ คนที่สองตอนแรกก็บอกว่านมแม่ดี แต่สุดท้ายก็แนะนำนมผสมเหมือนกัน คนที่สามนี่ไปถามเอาที่แผนกกุมารเวชเลยค่ะ ว่ามีหมอคนไหนที่เน้นนมแม่สุดชีวิตบ้าง พอได้ชื่อมาก็ไป request เอาตอนจะเข้าห้องคลอดเลย ทั้งๆ ที่ไม่รู้จักมาก่อน

แม้จะผ่าคลอด แต่ก็เป็นการคลอดที่ไม่ได้นัดล่วงหน้าเหมือนคราวก่อน เนื่องจากน้ำเดินซะก่อนวันที่ตั้งใจจะคลอด โชคดีที่กุมารแพทย์ที่เราต้องการอยู่พอดี เพราะถ้าไม่ใช่ ลูกเราก็อาจจะไม่ได้ดูดนมในห้องคลอดก็เป็นได้

 

แล้วก็เห็นผลจริงๆ ว่าการที่ลูกดูดนมเร็ว ช่วยให้นมแม่มาเร็วกว่าจริงๆ หลังจากที่คลอดตอนประมาณห้าโมงเย็น และได้ skin to skin contact ในห้องคลอดตามคำแนะนำ หลังจากนั้นพยาบาลก็พามาให้ดูดนมกระตุ้นอีกภายในคืนนั้นเลย จำได้ว่าสองท้องแรก พักฟื้นจนข้ามคืนกว่าจะได้เห็นหน้าลูก กว่านมจะมาจริงๆ ก็ปาเข้าไปวันที่จะกลับบ้านแล้ว

คราวนี้จับเวลาไว้เลยค่ะ ประมาณ 24 ชม.หลังคลอด บีบดูก็ออกเป็นเม็ดแล้ว 36 ชม.ก็มาแบบเห็นๆ เลย เร็วกว่าจริงๆ ค่ะ ถ้าคุณหมอสนับสนุนจริงๆ เราก็จะได้รับความช่วยเหลือดีๆ แบบนี้ล่ะค่ะ แล้วคราวนี้พยาบาลก็ไม่ให้นมผสมเลยตามคำสั่งของหมอ แล้วก็ขยันพาลูกมาดูดนมอย่างสม่ำเสมอ แถมมีชารต์มาจดด้วยว่ามาดูดเวลาไหน ดูดข้างเดียวหรือสองข้าง แสดงว่าใส่ใจจริง 

ท้องนี้เป็นท้องสั่งลา สามคนเข้าไปแล้ว เลยให้คุณหมอทำหมันและตัดไส้ติ่งไปด้วยเลย ไหนๆ ก็เจ็บตัวแล้ว ทำทุกอย่างเสียให้เรียบร้อย ไม่ได้รู้มาก่อนเลยว่าทำทุกอย่างพร้อมกันแบบนี้ มันจะเจ็บปวดแสนสาหัสซะขนาดนี้ ขนาดว่ามีประสบการณ์มาสองท้องแล้ว ท้องนี้เจ็บปวดทรมานจนแทบจะอยากตายเลยทีเดียว 

ลูกทุกคนก็เหมือนกันหมดเลย วันที่กลับบ้านตอนบ่าย สุดแสนจะน่ารัก นอนหลับสงบนิ่งเหมือนจะเลี้ยงง่าย แต่พอตกค่ำเท่านั้นล่ะ ความจริงถึงปรากฎ ร้องโวยวายหน้าดำหน้าแดง คนแรกตีหนึ่ง คนที่สองเที่ยงคืน คนที่สามนี่ร้องจนตีสี่ แผลผ่าก็เจ็บมากๆ ทุกครั้งที่ขยับตัว ทั้งแผลนอก แผลใน เวลาลูกดูดนมก็เสียวแปล๊บทั้งหัวนม ทั้งมดลูก ไม่รู้จะร้องว่ายังไงเลย คืนแรกที่บ้านนี่ คิดถึงทั้งบุญคุณของแม่ตัวเอง แล้วก็ตั้งใจจะทวงบุญคุณลูกอีกด้วย เพราะมันทรมานจริงๆ

 

ครบเจ็ดวันต้องไปเปิดแผล สังเกตว่าลูกตัวเหลือง ก็เลยพาลูกไปด้วย หมอสูติที่เปิดแผลให้เป็นหมอแทน (เนื่องจากคุณหมอประจำไปต่างประเทศ) ก็ทักว่าเหลืองเหมือนกัน พอเปิดแผลเสร็จก็เลยพาไปหาหมอเด็ก บังเอิญว่าหมอประจำตัวลูกยังไม่มา พยาบาลก็เลยให้พบคุณหมออีกท่าน ตอนที่เห็นชื่อคุณหมอท่านนี้ ก็จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าแกไม่ค่อยจะจริงใจกับนมผสม เพราะลูกคนก่อนก็เคยเผลอไปหาครั้งหนึ่ง

 

แต่ด้วยความที่คิดว่าคงไม่มีอะไร อาจจะเจาะเลือดดูนิดหน่อย แล้วก็ค่อยกลับไปพบกับหมอประจำตัวทีหลัง ก็เลยไม่ได้ขอเปลี่ยนหมอ แล้วก็เจอดีจนได้  พอคุณหมอเห็นความเหลืองอร่ามของเจ้าตัวน้อยปุ๊บ ก็ถามเลยว่ากินนมอะไร พอบอกว่านมแม่ คุณหมอก็บอกทันทีว่า เหลืองมาก สงสัยต้องจับส่องไฟแล้ว แล้วก็จัดการเจาะเลือดไปตรวจดู ในระหว่างนั้นคุณพ่อก็ถามว่าเป็นอันตรายหรือเปล่า คุณหมอก็เผลอตอบว่า ถ้าเหลืองภายในสามวันแรกน่ะซีเรียส แต่ถ้าหลังจากนั้นไปแล้วก็ไม่ค่อยซีเรียสเท่าไหร่
 
แล้วก็เลยถามต่อไปว่าตรวจเลือดแล้วค่าออกมาเท่าไหร่จึงจะต้องส่องไฟ คุณหมอก็ตอบว่าทั่วๆ ไป ถ้าเป็นโรงพยาบาลของรัฐ 17-18 เขาถึงจะส่องกัน แต่ของหมอนี่ 13-14 ก็ต้องส่องแล้ว ไม่รอหรอก ฟังหมอแล้วในใจก็นึกว่า "ลูกเราไม่พ้น ต้องส่องไฟอีกแหงๆ" เนื่องจากคนที่สองก็โดนส่องไฟตอนที่พากลับไปพบหมอตอนห้าหกวันเหมือนกัน คราวนั้นก็คาใจอยู่เหมือนกันว่า มันต้องส่องไฟจริงหรือ แต่หมอก็พูดให้ฟังว่ามันอันตรายถ้ามันไปจับที่สมอง เราก็เชื่อหมอ ลูกคนที่สองเลยถูกงดนมแม่สองวัน เสียเงินไปเกือบสองหมื่น

 

ต้องตำหนิตัวเองอยู่เหมือนกันที่ไม่ยอมหาข้อมูลเรื่องตัวเหลืองให้ดี ด้วยความขี้เกียจ เพราะคราวก่อนคิดว่ามันผ่านไปแล้ว ส่องไปแล้วก็แล้วกัน ไม่ได้สนใจ พอคราวนี้ไม่อยากให้ส่อง (เพราะลึกๆ แล้วคิดว่ามันไม่น่าจะเป็นอะไร) ก็ไม่มีข้อมูลที่แท้จริงที่จะมาประกอบการตัดสินใจ  รู้แต่ว่ามีทั้งที่บอกว่า นมแม่ทำให้ตัวเหลือง กับ ยิ่งเหลือง ยิ่งต้องให้กินนมแม่มากๆ

 

ในระหว่างที่รอผลตรวจเลือด คุณพ่อก็ไปหากาแฟกิน แม่ก็นั่งนึกไปว่าทำยังไงจะหนีหมอคนนี้ได้ ก็เลยไปบอกพยาบาลว่า จะขอกลับบ้านก่อนเพราะคุณพ่อเขามีนัด ถ้าผลเลือดออกแล้วคุณหมอให้ส่องไฟ ให้โทรไปบอกจะกลับมาใหม่ เพราะใจจริงอยากปรึกษาคุณหมอประจำตัวที่สนับสนุนนมแม่มากกว่า เพราะไม่อยากให้อคติของคุณหมอท่านนี้ทำให้ลูกเราต้องส่องไฟ

 

คุณพยาบาลก็เลยไปบอกคุณหมอว่าเราจะขอกลับบ้านก่อน คุณหมอรีบออกมาพบเลย บอกว่าไม่ต้องกลับหรอก ต้องส่องไฟแน่ๆ เราก็พยายามบ่ายเบี่ยงว่า ถ้าส่องก็จะกลับมาใหม่ คุณหมอก็พยายามหว่านล้อม บอกว่าจะเปิดห้องให้นั่งรอสบายๆ เดี๋ยวทำเรื่องให้ลูกส่องไฟ แล้วคุณแม่ค่อยกลับ เพราะถ้าส่องไฟ ก็จะให้งดนมแม่อยู่แล้ว ฟังดูก็รู้ว่าคุณหมออยากให้ลูกเราส่องไฟเหลือเกิน แต่เราก็ยืนยันว่าจะกลับบ้านก่อน คุณหมอก็เลยบอกว่าตามใจ (แบบไม่เต็มใจ)

 

เราก็เลยโทรบอกคุณพ่อของลูกว่า เราบอกหมอว่ายังงี้ๆ เดี๋ยวถ้าเจอหมอก็ให้บอกว่ามีนัดจริงๆ ตอนที่รออยู่นั้น คุณหมอก็ออกมาอีก คราวนี้มาบอกว่า น้ำหนักลูกไม่ขึ้นเลย ไปเลี้ยงตั้งหลายวัน ทำไมน้ำหนักไม่ขึ้น (วันนั้นเป็นวันที่เจ็ดชั่งได้ 3200-แรกคลอด 3380 วันกลับบ้าน 3220) 
 
หมอ : นมแม่ไม่พอหรือเปล่า
แม่ : (เอาแล้วไง)
หมอ : ลูกดูดนมข้างนึง แล้วอีกข้างไหลมั้ย
แม่ : ไหลค่ะ
หมอ : ปั๊มนมได้กี่ออนซ์
แม่ : ครึ่งออนซ์ถึงหนึ่งออนซ์ค่ะ
หมอ : แล้วทำไมน้ำหนักลูกไม่ขึ้นเลย ให้นมถูกท่าหรือเปล่า
แม่ : ก็ท่าเดียวกับสองคนที่แล้วล่ะค่ะ
หมอ : ไหนดูซิ นี่แสดงว่าเทคนิคต้องไม่ดี น้ำหนักลูกถึงไม่ขึ้น ลองให้ลูกดูดนมให้หมอดูหน่อย
แม่ : (หมอควรจะถามว่าน้องฉี่เยอะมั้ย อึกี่ครั้งบ้างนะคะ ก่อนจะสงสัยว่านมแม่พอหรือเปล่าน่ะค่ะ)

แล้วหมอก็พาเข้าห้องให้นม เราก็สาธิตให้ดู (ท่านั่งให้นมลูกปกติค่ะ ให้แบบนี้มาสองคนสี่ปีแล้วค่ะ) หมอก็บอกว่าเราทำไม่ถูก บอกว่าต้องให้มือนึงประคองลูก อีกมือประคองเต้า ยกเต้าเข้าปากลูก มือต้องช้อนอยู่ใต้เต้าตลอดเวลา ฯลฯ สรุปว่าท่าที่หมอบอกนั่น เป็นท่าที่คนปกติจะทำไม่ได้แน่ๆ แล้วก็พยายามบอกเราว่าต้องทำท่าให้ถูก น้ำหนักลูกไม่ขึ้นเลยแบบนี้ แสดงว่าไม่ได้น้ำนม เราก็ค่ะๆๆ ไปตามเรื่อง จนคุณสามีมาตามว่ากลับได้แล้ว ถึงได้หลุดพ้นออกมาได้
 
ก่อนจะกลับ เราก็เลยไปแจ้งพยาบาลว่า ถ้าผลเลือดออก ให้เราคุยกับคุณหมอประจำตัวลูกคนเดิมเท่านั้น เราจะไม่คุยกับคุณหมอคนนี้อีกแล้ว ถ้าคุณหมอประจำตัวลูกให้มาส่องไฟ เราถึงจะมา ตอนกลับบ้านเราก็เล่าให้สามีฟังว่าหมอมากดดันเราเรื่องนมไม่พออย่างแย่มากๆ ถ้าเป็นแม่มือใหม่นี่สงสัย หิ้วนมกระป๋องกลับบ้านไปแล้ว สามีแซวว่า หมอนี่ไม่รู้จักตัวแม่อย่างเราซะแล้ว ;) 

จะบอกว่าเรื่องน้ำหนักไม่ขึ้นนี่ ก่อนออกจากโรงพยาบาล คุณพยาบาลห้องเด็กยังแจ้งเลยว่า "น้ำหนักลูกลดจากแรกคลอดนิดหน่อยนะคะ เป็นเรื่องปกติ น้ำหนักจะกลับมาเท่าเดิมภายในสองอาทิตย์ค่ะ" แล้วพอพาลูกกลับไปหาหมอตอนครบสองอาทิตย์ น้ำหนักก็ชั่งได้ 3450 ค่ะ
 
คุณแม่มือใหม่อย่าหลงกลคุณหมอที่ไม่ได้สนับสนุนนมแม่จริงๆ นะคะ ถ้าลูกเราดูดนมทั้งวัน แล้วก็ฉี่บ่อย อึบ่อย ถึงแม้ว่าน้ำหนักในช่วงสองสัปดาห์แรกยังไม่ขึ้น หรือขึ้นน้อยก็อย่าเพิ่งไปทึกทักว่านมไม่พอนะคะ รอให้ครบเดือนก่อนแล้วค่อยว่ากัน (อ่านบทความ-นมพอหรือไม่ 

พอกลับถึงบ้าน ก็รีบเปิดคู่มือ (The womanly art of breastfeeding) เรื่องตัวเหลืองดูทันที แล้วก็นึกอยากเขกกระโหลกตัวเองขึ้นมาทันทีว่า ทำไมไม่อ่านก่อนนะ จะได้ไม่ต้องให้ลูกเจาะเลือดให้เจ็บตัว ต่อไปนี้เป็นข้อมูลคร่าวๆ จากหนังสือค่ะ
 
ตัวเหลืองเป็นอาการสามัญที่เกิดขึ้นได้กับทารกโดยทั่วไป ภายในสัปดาห์แรกหลังคลอด และมีแนวโน้มที่จะพบมากขึ้นในทารกที่เลี้ยงด้วยนมแม่ ส่วนมากแล้วไม่เป็นอันตรายและไม่จำเป็นต้องทำการรักษา อาการเหลืองจะหายไปเองภายในสองถึงสามสัปดาห์ แต่ในบางรายอาจใช้เวลานานกว่า

อาการตัวเหลืองที่ถือว่าผิดปกติมักจะเกิดภายใน 24 ช.ม.แรกหลังคลอด ระดับบิลิรูบินที่สูงมากๆ อาจจะไปทำลายเซลล์ประสาทได้ ระดับที่น่ากังวลคือ 20 mg/dl ขึ้นไป หากเกิดขึ้นภายใน 48 ช.ม.แรกหลังคลอด ถ้าหลังจากสองวันไปแล้ว 25 mg/dl ขึ้นไปจึงจะนับว่าสูง (ค่าเหล่านี้ สำหรับทารกที่ครบกำหนดคลอด หากเป็นทารกคลอดก่อนกำหนด ค่าที่ต่ำกว่าก็อาจจะเกิดปัญหาได้)  

สิ่งสำคัญที่พ่อแม่ควรจะตระหนักก็คือ อันตรายจากอาการตัวเหลืองนั้นเป็นเรื่องที่พบได้น้อยมากๆๆๆ การตัดสินใจที่จะทำการรักษานั้นขึ้นอยู่กับว่าทารกอายุเท่าใด ระดับบิลิรูบินสูงขึ้นอย่างรวดเร็วแค่ไหน หากแพทย์พิจารณาแล้ว คิดว่าจำเป็นต้องส่องไฟ ก็ไม่จำเป็นต้องงดนมแม่ ...
 
อ่านบทความเกี่ยวกับตัวเหลืองซึ่งเขียนโดย ดร.แจ็ค นิวแมน ได้
ที่นี่ 

สรุปว่าทั้งพ่อและแม่ก็เห็นตรงกันว่า จะไม่ส่องไฟ เพราะไม่เชื่อว่าจะเป็นอันตราย ฝ่ายคุณพ่อให้ความเห็นว่า ไม่เคยได้ยินว่ามีลูกใครตัวเหลืองแล้วสมองมีปัญหาเลย ยิ่งตามบ้านนอก โรงพยาบาลรัฐทั้งหลาย เด็กเป็นแสนคนที่กลับบ้านหลังจากคลอด แล้วคงไม่มีการ follow up ให้มาตรวจเลือดแน่ๆ แสดงว่าเรื่องตัวเหลืองนี้ต้องไม่ใช่อันตรายใหญ่หลวงเป็นแน่ คำพูดของหมอที่ว่าโรงพยาบาลเอกชนจะตัดสินใจให้ส่องไฟที่ระดับ 13-14 แต่โรงพยาบาลรัฐ 17-18 นั้น ยิ่งชี้ชัดว่าโรงพยาบาลเอกชนเจตนาหากำไรมากกว่า

พอคุณหมอประจำตัวลูกโทรกลับมาหลังจากนั้น คุณพ่อเป็นคนคุย คุณหมอก็บอกว่าไม่ต้องส่องไฟก็ได้ (แต่เราไม่ได้ถามว่าผลตรวจออกมาเท่าไหร่) หลังจากนั้นครบสองอาทิตย์ก็พาไปหาคุณหมออีกที คุณหมอก็บอกว่าปกติดี ไม่เป็นอะไร แต่จริงๆ แล้วลูกยังตัวเหลืองอยู่นะคะ ตาเหลือง ตัวเหลือง จนย่าคิดว่าหลานคนนี้ผิวไม่ขาวแน่ๆ

ครบเดือนแล้วก็เหลืองน้อยลง แต่ยังเห็นว่าเหลืองอยู่ มาหายเหลืองจริงๆ เอาเดือนครึ่งเข้าไปแล้ว หลังจากนั้นก็ขาวขึ้นๆๆ จนเดี๋ยวนี้ขาวสุดในบรรดาทั้งสามพี่น้องเลยค่ะ

 

ขอสารภาพตรงๆ ว่าตอนที่รอลูกให้หายเหลืองนั้น คนเป็นแม่ก็ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ เพราะดูเหมือนจะเหลืองนานเหลือเกิน จำได้ว่าลูกคนโตเหลืองไม่นานขนาดนี้ เรื่องที่ว่าอาจทำลายสมองได้ก็รบกวนจิตใจอยู่นั่น แต่คนเป็นพ่อหนักแน่นมาก บอกให้ดูหน้าลูกสิ ท่าทางเหมือนสมองถูกทำลายหรือเปล่า ไม่มีซึม ไม่มีไข้ ดูดนมเก่ง ไม่มีอะไรผิดปกติเลยสักนิด

สรุปว่าคุณพ่อพูดไม่ผิดค่ะ ในที่สุดลูกคนนี้ก็ไม่ต้องส่องไฟ ไม่ต้องงดนมแม่ แล้วเราก็ได้ข้อพิสูจน์ว่านมแม่ไม่ใช่ผู้ร้ายสำหรับอาการตัวเหลืองจริงๆ  หลังจากหายเหลืองแล้วก็ไปขอดูผลเลือดที่วัดได้ตอนนั้น เพราะคาใจ ปรากฎว่าวันนั้นระดับบิลิรูบินของลูกชาย 19.7 mg/dl ค่ะ มิน่าล่ะ เหลืองอร่ามเลย ถ้าคุยกับหมอคนเดิมคงต้องเอาผลนี้มาขู่กันเต็มที่จนต้องส่องไฟแน่

บทพิสูจน์คราวนี้ทำให้เห็นได้ชัดว่า บุคคลากรทางการแพทย์ที่สนับสนุนนมแม่แบบจริงใจนั้น จะพยายามให้ความช่วยเหลือให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ดำเนินต่อไปอย่างเต็มที่ ในขณะที่คนที่ทำทีว่าสนับสนุนแต่ลึกๆ แล้วไม่นั้น จะพยายามทำในสิ่งตรงกันข้าม เปรียบเทียบดูก็ได้ค่ะ ในกรณีที่หมอมีความเห็นว่าต้องส่องไฟนั้น หมอคนแรกของเราที่จะให้ส่องไฟนั้น ยังยืนยันว่าต้องงดนมแม่สองวัน ให้แม่ทิ้งลูกไว้ที่โรงพยาบาล ในขณะที่หมอที่ศิริราชในเคสของ "แม่ตูน"

ซึ่งก็ให้ส่องไฟเหมือนกันนั้น ไม่ให้งดนมแม่ค่ะ ให้แม่ให้นมลูกต่อไป พร้อมๆ กับส่องไฟไปด้วย
 
วันนี้พอแค่นี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวว่างๆ จะมารำพันต่อถึงเรื่องอื่นๆ ที่ได้จากประสบการณ์ของลูกคนนี้ค่ะ
 



Webmother รำพัน

ซื้อเครื่องปั๊มตามรีวิว
บุคลากรทางการแพทย์กับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
เลิกด่านมผงซะทีเถอะครับ...จากใจคุณพ่อลูกสอง (ตอนที่ 1)
หมาป่าในคราบนักบุญ
ปั๊มนมวันละ 7-8 รอบทุกวัน ทำไมนมไม่เพิ่มสักที
อุปสรรคทางสังคมกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
การให้ลูกกินนมผสมไม่เกี่ยวอะไรกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
นมเกลี้ยงเต้า เข้าใจให้ถูกต้อง
สงครามน้ำนม ตอนที่ 3 ตัวอย่างแจกฟรี
สงครามน้ำนม ตอน เล่นผิดบท
สงครามน้ำนม ตอน ลูกคนควรกินนมอะไร
อย่าบอกว่าดีเหมือนกัน
รู้ว่าเขาหลอก แต่เต็มใจให้หลอก
คุณค่าของนมแม่หลัง 6 เดือน หรือ 1 ปี
หมอที่ไม่ชอบให้หนูกินนมแม่
ท้องสาม ลองแล้วถึงรู้ ตอน นมผสม 3 article
ท้องสาม ลองแล้วถึงรู้ ตอน นมผสม-2
ท้องสาม ลองแล้วถึงรู้ ตอน นมผสม-1
สงสารหลินฮุ่ย article
ร้องแค่ไหนถึงไม่ตาย
โครงการจัดพิมพ์หนังสือนมแม่ 2
โครงการจัดพิมพ์หนังสือนมแม่
Workshop เพิ่มน้ำนม ฉบับล่าสุด
ขอความร่วมมือหน่อยค่ะ
ไม่รู้จักพอ article
คำถามที่ไม่อยากตอบ
โรงพยาบาลสนับสนุนนมแม่
ช่วยกันเผยแพร่ความรู้ในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ article
ทำไมถึงเข้าใจว่านมไม่พอ
แบบนี้ เห็นทีจะไม่พอแน่ article
ถ้าเข้าใจ...ยังไงก็พอ Part 2 article
ถ้าเข้าใจ...ยังไงก็พอ Part 1 article
ต้องการแต่ไม่อยากเป็น article
ควันหลง แม่ดีเด่น อยากเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ article
รับสมัคร แม่อาสา ให้คำปรึกษาเรื่องนมแม่
Mission Accomplished : หนังสือของเรา
วันแม่แห่งชาติ - สัปดาห์แห่ง การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ article
Workshop เพิ่มน้ำนม article
นมไม่พอ - บันทึกการให้นมลูก article
นมแม่ ช่วยป้องกัน โรคติดเชื้อ ไอพีดี article
บีบน้ำนมด้วยมือ article
13 เม.ย. 49 เปิดใจ webmother article
ถุงรับขวัญ article
สงครามน้ำนม ตอนที่ 2 หมอจบอะไรมา
ถ้าย้อนเวลากลับไปได้
เข้าเว็บนี้ครั้งแรก article



[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (98348)

เรื่องลูกตัวเหลืองหลังคลอด

คงต้องพิจารณาเป็นรายๆ ไปค่ะว่าจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องส่องไฟ หรือถ้าเหลืองนิดหน่อยถ้าตอนกลับบ้านแล้วพาลูกออกมาเดินรับแดดอ่อนๆ ช่วงเช้าบ้างก็อาจจะเพียงพอ  เห็นด้วยกับการให้นมแม่อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าถ้าลุกจำเป็นต้องส่องไฟ คุณแม่ก็ยังไปให้นมแม่ได้ค่ะเพราะตอนหลังคลอดลูกคนที่สอง(รพ.รัฐ) ลุกดิฉันก็ต้องส่องไฟอยู่สองวัน ในระหว่างนั้นก็จะเดินไปให้นมและบีบน้ำนมเก็บไว้ให้ลูกด้วย

ดิฉันผ่าท้องคลอดลุกทั้งสองคนเนื่องจากคนแรกอยู่ท่าก้น คนที่สองจึงต้องผ่าด้วย คนแรกขอคุณพยาบาลที่รับเด้กในห้องผ่าตัดนั่นแหละค่ะขอหอมแก้มลุก คนที่สองได้เห็นลูก เมื่อกลับมาห้องพักดิฉันก็จะนวดเต้านมไปด้วยระหว่างรอพบลุก พอพยาบาลพาลุกมาพบก็มีน้ำนมให้ลุกค่ะทั้งสองครั้ง ลูกๆ มีนมแม่ดื่ม เรียนมาแลกเปลี่ยนเพื่อให้กำลังใจคุณแม่ทุกท่านค่ะ 

ขอยืนยันจากประสบการณ์ว่า ถ้าเราตั้งใจจริง การให้นมแม่เป็นเรื่องไม่ยากเลยค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น คุณแม่น้องเอิร์ธน้องโอ๊ค วันที่ตอบ 2009-06-12 20:42:10


ความคิดเห็นที่ 2 (98350)

ลูกตัวเหลืองเหมือนกันค่ะตอนวันที่สอง หมอให้ส่องไฟแต่ว่าเรายืนยันจะให้นมแม่ ขออยู่โรงพยาบาลต่อกับลุกเพราะจะให้นมเอง เอาเครื่องส่องไฟมาไว้ในห้องพิเศษเลยค่ะ พยาบาลก็ยินดีเพราะว่าห้องเด็กงานยุ่งอยู่แล้ว เราเอาลูกมาดูแลเองย่อมเป็นที่ยินดีทั้งสองฝ่าย ตอนส่องไฟสงสารลูกมากเลย ร้องตลอด น้ำนมก็ยังไม่เยอะ คิดว่าน่าจะหิว นอนแก้ผ้าในตู้คงกลัวน่าดูเพราะอยู่ในท้องอันอบอุ่นมาตั้งนาน สงสารสุดๆเลยค่ะ ตอนนั้นค่าตัวเหลืองอยู่ที่สิบห้ากว่าด้วย แต่ด้วยความที่เป็นแม่มือใหม่เลยยอมให้ส่องไฟไป ความรู้น้อยค่ะ ดีที่เรายืนยันว่าจะให้นมแม่ มีคำทัดทานจากพยาบาลเหมือนกันว่าถ้านมไม่พอ ฉี่น้อยขับสารเหลืองไม่ดีอาจจะต้องส่องไฟหลายวันด้วย ควรให้กินนมผสม จะได้ฉี่เยอะและไม่ร้องเพราะอิ่ม เลยให้ไปครั้งนึง หลับได้ยาวหน่อยสามชั่วโมง รู้สึกไม่ดีเลยไม่ให้แล้วหลังจากนั้นก้อนมแม่เท่านั้นค่ะ นมแม่ไม่ได้เป็นต้นเหตุให้ตัวเหลือง ยืนยัน

ผู้แสดงความคิดเห็น แม่น้องวิญ วันที่ตอบ 2009-06-12 23:09:31


ความคิดเห็นที่ 3 (98351)

ลูกคลอดธรรมชาติทั้ง 2 คนคะ

ปี 2544 ลูกสาวคนโตคลอดที่ เจริญกรุง คนนี้แม่เบ่งคลอดไม่เป็นหมอต้องช่วยดูด ปล้ำลูกดูดนมแม่เกือบ 3 ชั่วโมงกว่าลูกจะดูดได้(ลูกอาจจะเจ็บตรงรอยที่ดูด) วันแรกก็มีตัวเหลืองนิดหน่อย  หมอก็ให้ดูดนมแม่ไปเรื่อยๆ แล้วก็ดีขึ้นเอง คะ 

ปี 2548 คนที่สองลูกชายคลอดที่ ลพบุรี ไม่มีปัญหาคะ  คลอดปุ๊บ ดูดปั๊บ ภายในชั่วโมงแรกคลอด  ดีใจคะ ที่เลือกคลอด รพ ที่ สนับสนุนนมแม่อย่างจริงจังให้ลูก ส่งผลดีทั้งครอบครัว

ผู้แสดงความคิดเห็น แม่เป้ วันที่ตอบ 2009-06-13 08:35:32


ความคิดเห็นที่ 4 (98374)

เห็นด้วยกับแฟนคุณเก๋ค่ะ  ว่าหมอคนนี้ไม่รู้จักแม่ตัวอย่างซะแล้ว  พวกคุณหมอ ๆ เค้าน่าจะคิดกันบ้างเนอะว่า สมัยนี้เป็นยุคของการสื่อสารและยุคอินเทอร์เน็ต  ข้อมูลเยอะแยะมากมายที่คุณแม่หาเองได้ในเว็บแล้วก็แหล่งข้อมูลอื่น ๆ อีกเยอะแยะ  เอ๊  คุณหมอคนนี้เค้าจะอายมั้ยเนี่ยถ้าเค้ารู้ว่าคุณแม่มีความรู้หรือรู้ข้อมูลมาเยอะเหมือนกัน  อยากให้แม่ ๆ เข้มแข็งทุกคนนะคะ 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น แม่น้องแฝด (thewinwin-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-06-15 09:51:36


ความคิดเห็นที่ 5 (105323)

คุ้นๆ เหมือนเคสของตัวเองเลยค่ะ ตอบยังกะหมอคนเดียวกันแน่ะ หรือว่าเดี่ยวนี้เป็นแพทเทินของหมอก็ไม่ทราบ "น้องน้ำหนักน้อย กินนมแม่ไม่พอหรือเปล่า ต้องส่องไฟนะ ต้องงดนมแม่ 2 วัน" แม่มันก็ร้องไห้ซะตาบวมเลย

ผู้แสดงความคิดเห็น แม่น้องธัญ วันที่ตอบ 2009-09-12 17:27:57


ความคิดเห็นที่ 6 (106029)

ตอนท้องสองก็เหลืองเหมือนกันค่ะ กลัวแย่เหมือนกันเพราะท้องแรกไม่เคยเจอ ร้องไห้เลยค่ะ รู้สึกคุณหมอจะแจ้งว่าเปอร์เซ็นต์เกิน 20 ขึ้นถือว่าเหลืองค่ะ ต้องส่องไฟอยู่ประมาณ 2 คืน กับ 3 วัน เจาะเลือดอีกครั้งเปอร์เซ็นต์ลดลงก็ได้กลับบ้านค่ะ ตอนส่องไฟก็อยู่ให้นมข้าง ๆ ลูกตลอดค่ะ สงสารตรงที่ต้องเอาผ้าก๊อตหนา ๆ มาปิดตาน้องค่ะ เพราะกลัวโดนแสงเข้าตา  สังเกตง่าย ๆ หากจะมีอาการตัวเหลืองน้องจะขับที่เรียกว่า "ขี้เถา" อยู่เกิน 3 วันก็ยังไม่หมดสักที คือไม่"ขี้เหลือง"  แต่ก็ยังแปลกใจอยู่ที่ว่าตอนออกจากโรงพยาบาลก็ยังขี้เถาอยู่นะ  แต่ก็พอน้องไปหาหมอเด็กซึ่งปัจจุบันกลายเป็นหมอประจำตัวน้องไปแล้ว  หมอให้ยาเหมือนกระตุ้นลำไส้อะไรสักอย่างค่ะ พอคืนนั้นน้องก็จะถ่ายเยอะมาก มีขี้เถาเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเข้าใจว่ามันคงคั่งค้างอยู่ในลำไส้ของน้อง และก็ตามด้วยขี้เหลือง พอรู้ว่าเขาเป็นปกติแล้วก็ไชโยกันทั้งบ้านเลยค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น แม่ พลอยศรี (armareena-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-10-26 13:33:57


ความคิดเห็นที่ 7 (134337)

ขอแนะนำให้เข้าโรงพยาบาลที่ให้ความสำคัญกับการให้นมแม่ดีกว่าค่ะ เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่เอาลูกไปส่องไฟหรือไม่ แต่ปัญหาอยู่ที่เขาให้เราให้นมลูกระหว่างส่องไฟหรือเปล่า ลูกตัวเริ่มเหลืองหลังคลอดเหมือนกันค่ะ ซึ่งก็ส่งลูกไปส่องไฟ กันไว้ดีกว่าแก้ค่ะ เพราะถ้าเหลืองมากจะเป็นอันตรายกับสมอง ทีนี้ที่ศิริราช เขาก็จะจัดรอบให้แม่ไปให้นมลูกที่ต้องส่องไฟ ซึ่งจะจัดรอบให้แม่ไปให้นมทุก 3 ชั่วโมง (ไม่เว้นรอบกลางคืน คือ รอบ ห้าทุ่ม ตีสอง และตีห้า) ระหว่างนี้ก็จะมีพยาบาลคอยให้คำแนะนำคร่าว ๆ ถึงวิธีการให้นมที่ถูกต้อง และมีคลินิคให้นมถ้าต้องคำปรึกษาละเอียด โชคดีที่เขาให้อยู่เฝ้าจนกว่าน้องจะมีระดับบิลิรูบินลดลง (ซึ่งถ้าไม่ลด ถ้าแม่ต้องออกก่อนและน้องต้องส่องไฟต่อ เขาก็จะให้ปั๊มนมมาทิ้งไว้ที่โรงพยาบาล)  กลับมาบ้านแล้วยังต้องไป follow up ต่อ โดยที่หมอเด็กก็แนะนำแบบปากไวว่าน่าจะแอบให้นมผงบ้าง (ซึ่งคาดว่าคงมาจากความเข้าใจผิด และมีความรู้ทางด้านนี้น้อย กว่ากลุ่มงานสูติ) เผื่อจะหาย ซึ่งด้วยความที่เราดื้อจะให้นมแม่ บวกกับให้นมจากแก้วก็ไม่เป็น น้องก็เลยโชคดีไม่ต้องกินนมผสม แต่น้ำหนักช่วงต้นขึ้นเร็วมาก ซึ่งน้องก็เหลืองมาเดือนกว่าค่ะ แล้วก็ค่อย ๆ หายไป

ผู้แสดงความคิดเห็น แม่น้องนัย วันที่ตอบ 2010-03-09 14:42:27


ความคิดเห็นที่ 8 (134536)

ลูกชายคนเล็กเคยเหลืองเหมือนกันค่ะ

คลอดได้4 วันก็กลับบ้าน อยู่บ้านรู้สึกเหลืองกว่าเดิม น้องสามีเป็นหมอศัลย์อยู่รพ.รัฐใกล้ๆบ้านเลยเรียกไปเจาะเลือด ได้ค่า 15

น้องหมอบอกว่าไม่ต้องส่องไฟค่ะ ถ้าค่าถึง 17 ค่อยส่องไฟ  (มาตรฐานรพ.รัฐอย่างที่ webmother บอกจริงๆ)

ลูกคนนี้เรามุ่งมั่นให้นมแม่ขาดใจเลย เพราะตอนลูกคนโต มุ่งมั่นเกินร้อย แต่ลูกดันแพ้นมวัวที่แม่กินเข้าไปทุกวันท้องเสียอยู่4เดือนหาสาเหตุไม่พบ (อยู่ ตจว)  แม่มือใหม่อย่างเราก็เครียด เรื่องนมแม่ก็ปรึกษาใครก็ไม่ได้ รอบตัวไม่เคยมีใครให้ลูกกินนมแม่  สมัยนั้นคลินิกนมแม่ก็มีแต่ในกรุงเทพ เวบไซ้ต์อะไรก็ยังไม่มีเลย เครียดจนนมหายแห้งหมด พอหมอที่กรุงเทพ พบว่าลูกแพ้นมวัว แล้วให้นมถั่วเหลืองมากินเสริมเพราะนมแม่แทบจะแห้งอยู่แล้ว  แต่เราก็ยังให้ลูกกินนมถั่วสลับนมแม่ จนสุดท้ายลูกติดขวด เลิกนมแม่ไปเองตอนอายุ 6เดือน

พอมาลูกคนที่ 2 หมอบอกเหลืองแต่ยังไม่อันตราย เราก็ให้นมแม่ต่อไปค่ะ ไม่ได้ให้ลูกทานน้ำเสริม แดดก็ไม่ได้ให้ตาก (ท้องนี้หาข้อมูลจากเวบตปท.เยอะ ได้ข้อมูลว่าตากแดดไม่ได้ช่วยอะไร)

ลูกเหลืองทั้งตัว ถึงตา ยกเว้นฝ่าเท้าซึ่งน้องหมอบอกว่าถ้าเหลืองไม่ถึงฝ่าเท้า ก็ไม่เป็นไร

เวลาจะหายเหลือง ก็หายเหลืองไล่จากขา ตัว แขน หน้า  ดวงตาจะหายทีหลังสุด

เบ็ดเสร็จเหลืองอยู่ 2เดือนค่ะ

ตอนนี้ จะ5ขวบแล้ว ฉลาด ร่าเริง ซนสุดๆ  ยกความดีความชอบให้กับนมแม่ค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น แม่ลูกสอง วันที่ตอบ 2010-03-18 07:55:40


ความคิดเห็นที่ 9 (135335)

สวัสดีค่ะ

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ webmother มากๆๆๆ ที่ได้ทำ web ดีๆเกี่ยวกับ breastfeeding ให้ อยากบอกว่าแม้แต่ห้องสมุดคณะแพทย์ฯยังแทบไม่มีหนังสือเกี่ยวกับ breastfeeding เลยค่ะ มาได้ข้อมูล เทคนิคต่างๆจากที่นี่ ช่วยได้มากจริงๆค่ะ

ดิฉันเพิ่งมีลูกคนแรก ผ่างคลอดเหมือนกันและเหลืองเหมือนกันค่ะ เพราะว่าหมู่เลือดแม่กับตัวเล็กไม่เข้ากัน (ABO incompatibility ) ตัวเล็กนนแรกคลอด 3450 และได้กินนมแม่ตั้งแต่วันแรกเลย คือหลังผ่าประมาณ 8 ชม.ค่ะ เจ็บมากจรงๆอย่างที่คุณ webmother บอกแต่ว่าดีใจที่ทำแบบนั้นค่ะ เพราะว่านมมาเลย ไม่มีปัญหาเหมือนคนอื่นๆที่ว่า 3 วันแล้วนมไม่มาซักที

ขอแนะนำคุณแม่ที่ต้องผ่าทั้งหลายว่า ให้ขอ rooming in คือ เอาลูกมาอยู่ด้วยและดูดนมเร็วๆค่ะ ส่วนใหญ่รพ.มักจะชอบให้รอก่อน 24 ชม.บ้าง บางทีอาจนานกว่านั้น ซึ่งกรณีนั้น นมคงมาช้าแน่ๆ ตอนอยู่รพ. ลูกนนลดไปประมาณ 5-6 วันแล้วก็เริ่มกลับมา ขอแอบนินทาว่า ขนาดพยาบาล ยังไม่เข้าใจเลย หาว่านมไม่พอหรือเปล่าทั้งที่ลูกฉี่ 12 ครั้ง อึอีก 5 นน.ลดก็ลดไปแค่ 10% อย่างอื่นๆสบายดีหมด กินแล้วนอนหลับได้ดี (กินนมประมาณทุก 2.5-3 ชม) โดน convinced ให้เสริมนมผสมเหมือนกันค่ะ แต่ว่าเค้าแหวะมากๆๆๆ เลยตัดใจ ช่างมัน เชื่อประมาณฉี่กับพฤติกรรมลูก หยุดเสริม สุดท้ายก่อนกลับบ้าน นน.ขึ้นมาจากที่ต่ำสุดประมาณ200 g ค่ะ

ส่วนเรื่องเหลือง ขอคุณหมอเด็ก มาส่องไฟในห้องพักเลยค่ะ ทำให้ไม่ต้องโดน feed นมผสมและก็สามารถดูดนมแม่ได้ตลอด ดีใจที่ตัดสินใจแบบนั้น เพราะว่าถ้าต้องหยุดดูดไป 2 วัน ไม่รู้นมจะมีปัญหาหรือไม่

ลูกเหลืองค่อนข้างนานเหมือนกันค่ะ จนตกใจเพราะว่า 1 เดือนแล้วยังเหลืองรำไรๆอยู่แต่สุดท้ายพอประมาณ 6 สัปดาห์ก็ห่ายค่ะ

เด็กกินนมแม่อาจเหลืองนิดหน่อยนานกว่าได้ ใครให้นมลูกเล็กๆอยู่ไม่ต้องตกใจนะคะ (อาจโดนญาติๆถามได้ แต่ถ้าเช็คกับคุณหมอแล้ว ว่าไม่ได้มีสาเหตุอื่นๆ เป็ฯจากนมแม่เฉยๆก็ให้ต่อเถอะค่ะ) คุณหมอเด็กที่ดูแลอยู่ก็เล่าให้ฟังว่าลูกเค้าก็เหลืองนมแม่นานเหมือนกันค่ะ

หากใครมีลูกแล้วลูกตัวเหลือง  ต้องส่องไฟ พยายามให้เค้าไม่ขาดนมแม่นะคะ ดีกว่ากับทั้งแม่และลูกค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น แม่มือใหม่ วันที่ตอบ 2010-04-21 15:22:01


ความคิดเห็นที่ 10 (152597)

ดิฉันลูกสองค่ะ  คนเล็กเพิ่งผ่าคลอดได้1เดือน4วัน  วันที่ไปฉีดวัคซีนหมอทักว่าตัวเหลือง  ความเป็นแม่ก็กังวลใจ 

กลัวลูกจะเป็นอะไร วันนี้หนักใจเลยพาไปเจาะหาตัวเหลือง  ค่าออกมา15  แต่จะบอกว่าน้ำหนักตัวก่ขึ้นดี  อึก็สีเหลือง กินนมแม่ก็ดี  ไม่มีอาการอะไรเลย  แต่หมอก็บอกว่าเหลืองไม่มาก  เลยไห้กลับบ้าน แต่อยากทราบว่า  แบบนี้ลูกคุณแม่ท่านใดเป็นบ้างค่ะ  ยังหนักใจอยู่  หมอนัดเจาะเลือด อีก1อาทิด  ไม่อยากให้ลูกเจาะเลย  เห็นแล้วน้ำตาจะใหล

ผู้แสดงความคิดเห็น แม่พลอยใส วันที่ตอบ 2013-01-08 23:35:41


ความคิดเห็นที่ 11 (152852)

 คุณแม่พลอยใสค่ะ อาการคล้ายๆ เลยค่ะ รบกวนติดต่อ ble105@hotmail.com นะคะ 

จะได้คุยกันค่ะ 

ผู้แสดงความคิดเห็น bb วันที่ตอบ 2013-03-23 22:08:13


ความคิดเห็นที่ 12 (176175)

 ลูกเราก็ส่องไฟ ออกโรงพบาลเอกชน ดูดออกหัวบวม วันที่สามที่จะกลับบ้านหมอเด็กบอก หากเหลืองต้องมาโรงพยาบาล พอวันที่ออกจากโรพยาบาลเหลืองเลยจ้าไข้สูง 39 ด้วย เลยไปอนามัยใกล็บ้านเขาส่งตัวไปโรงพยาบาลรัฐ พอไปถึงเขาก็ว่าจะให้กลับบ้านดูอาการเพราะตอนนี้หมอเด็กไม่มา เราก็ยืนยันจะอยู่รอ วัดค่าเหลืองได้ 16.9 ไข้ 39 เลยได้ส่องไฟ แต่เขาบังคับให้แม่อยู่โรพยาบาลด้วยเพื่อให้นมลูก คือแบบเขาสนับสนุนนมแม่ แต่ก็จะมีนมผงด้วยในกรณีคนที่ต้องการให้ลูกดื่มนมผง ส่วนใหญ่เห็นแม่ที่ให้ลูกดื่มนมผงนานเลยกว่าจะไดออกจากโรงพยาบาล ส่วนเรานมแม่อย่างเดียว คือถ้าไม่ดูดนมแม่ ก็ไม่ต้องกิน พอเขาหิวมากๆก็ยอมดูด (แรกคลอดโรงพยาบลจะเอานมผงให้ลูกกินก่อนเลย ผ่านไปสี่ชั่วโมงค่อยเอาลูกมาหาเรา และลูกคนแรกเนาะเราก็เชื่อเขา พยาบาลบอกว่าเรายังเจ็บแผล เลยให้นมผงก่อน )มผงเราส่งคืนเลยคะ เราให้กินนมแม่อย่างเดียว น้ำหนักขึ้น ค่าเหลืองลดลง กลับบ้านได้ อยู่โรงพยาบาล 2 วันครึ่ง  แต่ยังต้องไปตรวจเลือดเพราะน้องหัวยังบวมอยู่ ค่าเหลืองก็ลดลงเรื่อยๆ นอนนี้ก็ปกติแล้วคะ 

ผู้แสดงความคิดเห็น ศิลาแรง วันที่ตอบ 2018-04-05 10:53:31


ความคิดเห็นที่ 13 (177155)

 สวัสดีค่ะ 

ตอนนี้ผ่าคลอดลูกได้ 8วันแล้วค่ะ น้องตัวเหลืองตาเหลือง วัดค่าได้15.9 ส่องไฟ 1 คืนขอหมอกลับบ้าน แต่ลูกยังตัวเหลืองอยู่เลย กังวลใจมากค่ะ ไม่อยากให้ลูกโดนเจาะเลือดอีกสงสารลูก แม่ๆคนไหนมีประสบการลูกตัวเหลืองบ้างค่ะ ขอคำแนะนำหน่อยค่ะ 

ผู้แสดงความคิดเห็น พิมปาณัสม์ วันที่ตอบ 2019-02-16 19:46:49



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล