หมอที่ไม่ชอบให้หนูกินนมแม่
ReadyPlanet.com
ardo calypso
dot
เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ : ข้อควรปฎิบัติ
dot
bulletการเริ่มต้นชีวิตที่ดีที่สุดสำหรับทารก 1
bulletการเริ่มต้นชีวิตที่ดีที่สุดสำหรับทารก 2
bulletวิธีเลือกกุมารแพทย์ให้ลูก
bulletก่อนคลอด
bulletสิ่งที่ต้องทำเมื่ออยู่ ร.พ.
bulletหลังคลอด
bulletท่าในการให้นม
bulletBreast Crawl
bulletความคาดหวังของลูกน้อย
bulletบันทึกการให้นมลูก
bulletวิธีให้นมเสริมอย่างถูกต้อง
bulletสัมผัสรักระหว่างแม่ลูก
bulletโรงพยาบาลสนับสนุนนมแม่
bulletแบบสอบถาม
dot
ปัญหาเรื่อง นมแม่
dot
bulletวิธีแก้ปัญหานมไม่พอ
bullet"นมแม่" ถ้าเข้าใจ ยังไงก็พอ
bulletนมพอหรือไม่
bulletเมื่อลูกไม่ดูดนมแม่ (new)
bulletอาหารเพิ่มน้ำนม
bulletวิธีเพิ่มน้ำนมด้วยการปั๊มนม
bulletWorkshop เพิ่มน้ำนม (new)
bulletยาประสระน้ำนม
bulletDomperidone (Motilium)
bulletยาเพิ่มน้ำนม Motilium
bulletคำเตือนสำหรับการใช้ยา Domperidone
bulletน้ำหนักตัวเพิ่มช้า
bulletน้ำหนักตัวน้อย
bulletเจ็บหน้าอก หัวนมแตก
bulletการบีบหน้าอก ช่วยลูกดูดนม
bulletลูกแพ้นมแม่หรือเปล่า
bulletตัวเหลือง
bulletสารพันปัญหา
บริจาคนมแม่
dot
เมื่อแม่ต้องไปทำงาน
dot
bullet20 เคล็ดลับสำหรับแม่ทำงาน
bulletมาทำ stock น้ำนม กันเถอะ
bulletวิธีให้ลูกยอมดูดนมแม่จากขวด
bulletจะให้ลูกกินอะไรเมื่อแม่ไปทำงาน
bulletวิธีเก็บรักษานมแม่
bulletต้องเตรียมปั๊มนมไว้ให้ลูกแค่ไหนถึงจะพอดี ?
bulletโปรแกรมคำนวณนมแม่
bulletยาคุมกำเนิด
dot
คุณแม่นักปั๊ม
dot
bulletการปั๊มนมโดยใช้เครื่องปั๊มนม
bulletปั๊มนมอย่างไรให้พอ หากลูกไม่ดูดจากเต้า
bulletข้อคิดก่อนซื้อ ที่ปั๊มนม
bulletเพิ่มน้ำนมภายใน 14 วันแรก
bulletเครื่องปั๊มนมยี่ห้อไหนดี
bulletเรื่องของคุณแม่นักปั๊ม
bulletถุงเก็บน้ำนมแม่
dot
กลเม็ดเคล็ดลับ
dot
bulletซื้อเครื่องปั๊มที่ไหนดี
bulletวิธีบีบน้ำนมด้วยมือ (new)
bulletบีบด้วยมือ vs ปั๊มด้วยเครื่อง
bullet10 เคล็ดลับเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้ครบปี
bulletนอนให้นม...สบายมากๆ เลย
bulletอุปกรณ์เสริม ช่วยแม่ให้นมลูก
bulletมุมให้นมแม่
bulletวิธีพาสเจอร์ไรซ์นมแม่
dot
ปัญหาที่พบไม่บ่อย
dot
bulletลิ้นติด (Tongue Tie)
bulletเลี้ยงลูกแฝดด้วยนมแม่
bulletต้องการถามปัญหาอื่นๆ
bulletทำไมทารกร้องไห้โยเย
dot
หนังสือแนะนำ
dot
bulletขอรับหนังสือนมแม่ฟรี
bulletการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
bulletสร้างชีวิตมหัศจรรย์ด้วยน้ำนมแม่
bulletนมแม่ ทุนสมองของลูกรัก
bullet เคล็ดลับ...แม่มือใหม่ "นมแม่"
bulletเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
bulletพัฒนาสมองด้วยนมแม่...
bulletGuide to Breastfeeding
dot
แหล่งข้อมูลความรู้เรื่องนมแม่
dot
bulletคลินิกนมแม่ทั่วประเทศ
bulletนมแม่ แน่ที่สุด
bulletศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย
bulletคลีนิครัก
bulletศริริราชออนไลน์
bulletสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติ
bulletwww.breastfeeding.com
bulletPromom
bulletรักลูก
bulletLa Leche League
bullet4woman
bulletMother & Child Health
bulletWABA
bulletBreastfeedingonline
bulletDr. Sears
bulletbreastfeedingbasics
bulletwebboard
bulletkellymom
bulletDr. Jack Newman
bulletInfact
bulletgotbreastpump
bulletNew Beginnings
bulletโครงการสายใยรัก
bulletศูนย์ข้อมูล สสส
bulletUNICEF
bulletbreastfeedingmadesimple
bullethm4hb
bulletLactation Narration
bulletNormalFed
dot
Brainfeeding
dot
bulletเก็บมาฝาก
bulletIf we don't care, who will?
bullet๖๐ เรื่องน่ารู้ ในหลวงของเรา
bulletสัมภาษณ์ ดร. อาจอง ชุมสาย ฯ
bulletคนดีของพ่อ
bulletเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้รู้
bulletคุยกับประภาส
dot
Sponsor Link
dot
bulletbfdcenter
bulletร้านนมแม่
bulletศูนย์รวมฟิล์มทุกชนิด
bulletV-Kool
bulletSuvarnabhumi Airport Hostel
bulletBussaba Bangkok Boutique Hotel Suvarnabhumi Airport
bulletbeing-mom
bulletมีลูกยาก
bulletSite Map
unimom allegro
medela pump in style advanced


ร้านนมแม่-เครื่องปั๊มนม


หมอที่ไม่ชอบให้หนูกินนมแม่

เป็นกระทู้ที่ตั้งในเว็บบอร์ดวันนี้เองค่ะ คิดว่าคงมีแม่หลายท่านเจออะไรทำนองนี้อยู่ไม่น้อย เลยอยากให้มาเล่าประสบการณ์สู่กันฟังค่ะ

 

ผู้ตั้งกระทู้ กฤชกร

ลูกชาย 1 ขวบสี่เดือนค่ะ พอดีได้พาลูกไปรักษาหวัดกับคุณหมอท่านนึง แต่ไม่ใช่หมอประจำนะคะ คือเราอยู่ต่างจังหวัดน่ะคะถ้าจำเป็นก็จะหาหมอคนนี้ ปกติจะพาลูกมารพ.กรุงเทพ 

คือเรื่องมันมีอยู่ว่า หมอคนนี้เค้าอยากให้ลูกเราหย่านมได้แล้วนะคะ (หลังจากที่รักษาเสร็จและถามเรื่องนม) บอกว่า"ลูกโตขนาดนี้แล้วยังให้นมแม่อีก แม่ไม่ต้องไปทำมาหากินเลยเหรอ" 

เราเลี้ยงลูกเองนะคะ ที่บ้านแฟนทำร้านอาหารเลยมีเวลาดูเอง ลูกจะดูดจากเต้าเลย จริงๆ กินเป็นอาหารใจแล้ว จะให้นมกล่องเสริมวันละสองกล่องค่ะ

เรานี่ไม่ทันตั้งตัวเลยอ่ะเพราะเราตั้งใจว่าจะให้ถึงสองขวบเพราะหมอรพ.กรุงเทพหลายคนบอกให้ถึงสองขวบเลย แต่หมอคนนี้แกเจ้าเหตุผลมาก แถมพูดเหมือนแช่งเราเลยว่า "ถ้าแม่เกิดผ่าตัดไส้ติ่งต้องนอนรพ.ทำยังไง พ่อไม่ตายเหรอ"  แฟนก็ซื่อค่ะ ตอบไปว่า"ก็จะอุ้มไปกินนมแม่ที่รพ.ครับ" หมอก็เสริมอีกว่า "เอ้าา...ให้ฉีดยาสลบเลย" (หมอค่ะ ไม่บอกว่าหนูตายไปเลยล่ะคะ -_-")

พูดจนแฟนก็เออออไปกับเค้า สุดท้ายก็เลิกก็ได้ แต่เราไม่ทันตั้งตัวเลย ไม่่ได้วางแผนอะไรเลย

แต่เมื่อคืนก็หักดิบลูกแล้วหนึ่งมื้อ เสียน้ำตาทั้งแม่ทั้งลูก น่าสงสารมากกกจริงๆ เหมือนโดนพรากแม่พรากลูกกันเลย (นอนคนละเตียงค่ะ) ลูกได้แต่พูด "ม่ามี้ หม่ำๆ" จะปีนออกจากเตียงให้ได้(ปกติไม่ปีน) สุดท้ายร้องจนหมดแรงมั้ง ยอมให้ตบก้นหลับไป ใจเราไม่อยากเลิกเลยค่ะเพราะยังไม่ได้ทำใจ

มันเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดแล้วได้กอดเค้าตอนดูดนม เพราะเรานอนแยกกันด้วย

ทำยังไงดีค่ะ สับสน นมแม่ดูดหลับทำให้ฟันผุจริงมั้ยค่ะ

ช่วยตอบด้วยนะคะ

ขอบคุณมากๆเลยค่ะ

 

 
ตอบโดย webmother

ต่อไปนี้เป็นความเห็นส่วนตัวนะคะ รับรองว่ามีอคติในการตอบแน่ๆ แต่คงไม่มากไปกว่าอคติที่คุณหมอข้างบนมีต่อนมแม่หรอกค่ะ

สาเหตุที่คนสมัยนี้ล้มเหลวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ก็เพราะหมอและพยาบาลส่วนใหญ่ (ใหญ่มากๆ เลย) มีความสัมพันธ์อันดีกับผู้ผลิตและจำหน่ายนมผสม หมอและพยาบาลส่วนใหญ่ก็เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไม่สำเร็จ แล้วจะแนะนำให้คนอื่นเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้อย่างไร

ฝ่ายที่รณรงค์ให้เด็กกินนมแม่นั้น ได้เงินน้อย แต่ต้องทำงานมาก ฝ่ายที่สนับสนุนให้เด็กกินนมสัตว์อื่นนั้น ทำงานน้อย แต่ได้เงินมาก ของแจกของแถม กิจกรรมเอาใจลูกค้าเพียบ 

เดาว่าหมอข้างบน คงจะเป็นประเภทเดียวกับที่เคยเจอใน บทความ นี้ ลูกสามคน เผลอไปเจอสองหน จับทางได้ว่าเธอเกลียดนมแม่มาก   ไม่รู้ว่าอิจฉาลูกเราที่ได้กินนมแม่ หรือว่าได้ตังค์จากเราน้อยไป เพราะไม่ให้ลูกกินนมผสมที่เธอสนับสนุน

ลูกทั้งสามคนคลอดที่รพ.กรุงเทพ เพราะสูติแพทย์ดีมากๆ แต่กุมารแพทย์ลองมาแล้วสี่คน ไม่ประทับใจสักคน ตอนนี้ย้ายรพ.แล้วค่ะ 

ค่าปรึกษาก็แพง แถมยังให้คำปรึกษาที่ไม่ได้เรื่องอีก ลองถามตัวเองว่าเราให้นมลูกมาจนขวบกับสี่เดือนแล้ว นมแม่มันแย่ขนาดนั้นเลยจริงๆ เหรอ

เรามีความสุขกับลูกมาตั้งปีกว่า พอเราทำตามที่หมอบอกปุ๊บ เสียน้ำตาทั้งแม่ทั้งลูก ยังไม่นับว่าต้องเสียสุขภาพอีกแน่ๆ ในอนาคต

หมอคนนั้นคงจะดีใจและมีความสุขมากที่ทำให้คุณหย่านมลูกได้สำเร็จ แต่ในฐานะ webmother ที่พยายามทำเว็บนี้ขึ้นมา เพราะอยากให้ลูกน้อยของทุกคนได้มีโอกาสกินนมแม่ รู้สึกเสียใจมาก วันนี้คงจะเป็น blue day อีกวันหนึ่ง แล้วก็คงต้องคิดเรื่องนี้ไปทั้งวัน

คนเป็นหมอคนนั้นเขาแนะนำให้คุณหย่านมลูก

แต่คนเป็นแม่คนนี้ขอแนะนำให้คุณไปอุ้มลูกขึ้นมา กอดลูก ให้ลูกดูดนม แล้วก็บอกลูกว่า "หม่ามี้ขอโทษ"




Webmother รำพัน

ซื้อเครื่องปั๊มตามรีวิว
บุคลากรทางการแพทย์กับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
เลิกด่านมผงซะทีเถอะครับ...จากใจคุณพ่อลูกสอง (ตอนที่ 1)
หมาป่าในคราบนักบุญ
ปั๊มนมวันละ 7-8 รอบทุกวัน ทำไมนมไม่เพิ่มสักที
อุปสรรคทางสังคมกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
การให้ลูกกินนมผสมไม่เกี่ยวอะไรกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
นมเกลี้ยงเต้า เข้าใจให้ถูกต้อง
สงครามน้ำนม ตอนที่ 3 ตัวอย่างแจกฟรี
สงครามน้ำนม ตอน เล่นผิดบท
สงครามน้ำนม ตอน ลูกคนควรกินนมอะไร
อย่าบอกว่าดีเหมือนกัน
รู้ว่าเขาหลอก แต่เต็มใจให้หลอก
คุณค่าของนมแม่หลัง 6 เดือน หรือ 1 ปี
ท้องสาม ลองแล้วถึงรู้ ตอน นมผสม 3 article
ท้องสาม ลองแล้วถึงรู้ ตอน นมผสม-2
ท้องสาม ลองแล้วถึงรู้ ตอน นมผสม-1
สงสารหลินฮุ่ย article
ท้องสาม ลองแล้วถึงรู้ ตอน ตัวเหลือง
ร้องแค่ไหนถึงไม่ตาย
โครงการจัดพิมพ์หนังสือนมแม่ 2
โครงการจัดพิมพ์หนังสือนมแม่
Workshop เพิ่มน้ำนม ฉบับล่าสุด
ขอความร่วมมือหน่อยค่ะ
ไม่รู้จักพอ article
คำถามที่ไม่อยากตอบ
โรงพยาบาลสนับสนุนนมแม่
ช่วยกันเผยแพร่ความรู้ในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ article
ทำไมถึงเข้าใจว่านมไม่พอ
แบบนี้ เห็นทีจะไม่พอแน่ article
ถ้าเข้าใจ...ยังไงก็พอ Part 2 article
ถ้าเข้าใจ...ยังไงก็พอ Part 1 article
ต้องการแต่ไม่อยากเป็น article
ควันหลง แม่ดีเด่น อยากเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ article
รับสมัคร แม่อาสา ให้คำปรึกษาเรื่องนมแม่
Mission Accomplished : หนังสือของเรา
วันแม่แห่งชาติ - สัปดาห์แห่ง การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ article
Workshop เพิ่มน้ำนม article
นมไม่พอ - บันทึกการให้นมลูก article
นมแม่ ช่วยป้องกัน โรคติดเชื้อ ไอพีดี article
บีบน้ำนมด้วยมือ article
13 เม.ย. 49 เปิดใจ webmother article
ถุงรับขวัญ article
สงครามน้ำนม ตอนที่ 2 หมอจบอะไรมา
ถ้าย้อนเวลากลับไปได้
เข้าเว็บนี้ครั้งแรก article



[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (106545)

ตอบคำถามคุณหมอนะครับ....

ถ้าคุณแม่ดันมา"ตาย" กระทันหัน... ลูกก็ต้องหย่านม และทรมานจิตใจแน่นอนครับ เลี่ยงไม่ได้....

แต่ตอนนี้คุณแม่ยังไม่ "ตาย" นี่ครับ แล้วจะไปทรมานลูกไปทำไมครับ

ลูกที่คุณบอกว่ารักนักรักหนา ต้องมาทรมานจิตใจ เพราะขาดความอบอุ่นจากอ้อมกอดแม่

แถมยังต้องมาทรมานร่างกาย เพราะยังได้สิ่งดีๆจากนมแม่ที่จะช่วยเสริมสร้างสุขภาพของร่างกายเค้ายังไม่เพียงพออีกด้วย

จากประสพการณ์นะครับ... เมื่อลูกเข้าสู่วัยสองขวบขึ้นไป ความเข้าใจในเหตุและผลมีมากขึ้น..

การหย่านมในตอนนั้นไม่ใช่การทรมานทั้งแม่และลูกครับ... กลับกันกลายเป็นความประทับใจและซึ้งใจในความเสียสละ

ของลูกน้อยต่างหาก เมื่อคุณสามารถบอกเหตุผลที่เขาควรเลิก และเขายอมตัดใจได้ด้วยตัวเขาเองครับ

 ซึ่งคุณแม่กฤชกร คงไม่มีโอกาสได้สัมผัส หากคุณแม่ไม่ทำตามคำแนะนำตามความเห็นที่1 เดี๋ยวนี้...

ผู้แสดงความคิดเห็น พ่อ วันที่ตอบ 2009-12-16 14:08:39


ความคิดเห็นที่ 2 (106546)

ดีใจมากค่ะที่ได้อ่านกระทู้นี้  เพราะว่าตัวเองเป็นคนหนึ่งที่ได้รับคำถามจากคนรอบข้างมาก ว่าเมื่อไหร่จะให้ลูกเลิกกินนมแม่.......

ดิฉันเป็นคุณแม่ลูกสองที่ไม่มีการวางแผนการให้นมแม่กับลูกคนแรก  และรู้สึกเสียดาย + เสียใจมาก   สำหรับคนที่สอง ตอนนี้อายุได้ 1 ปี 2 เดือน ซึ่งดิฉันตั้งใจเต็มที่ว่าจะให้นมแม่นานที่สุด เท่าที่จะนานได้ แม้ว่าต้องทำงานก็ตาม....

ดิฉันถูกคนรอบข้าง รวมทั้งคุณหมอ ถามตลอดว่าเมื่อไหร่จะหยุดให้นมแม่.สักที่..จะให้กินไปนานแค่ไหน...กินนมแม่แล้วลูกไม่โต.....ดิฉันบอกตรง ๆ ว่ารู้สึกเสียใจ ที่ถูกถามเช่นนั้น  และอีกนัยหนึ่งก็รู้สึกว่า " ไอ้คนพวกนี้มันไปอยู่ตรงไหนมาเนี่ยะ...ทำไม่มันถึงไม่รู้ว่านมแม่ดีที่สุด...ทำไมมันถึงพยายามให้ลูกเลิกกินนมแม่"  นี่เป็นความรู้สึกที่อยากจะสวนกลับทุกครั้งเวลาที่ถูกถาม...

ตอนที่ลูกอยู่ในอ้อมกอด และดูดนม  แล้วเค้าแหงนหน้าขึ้นมามองหน้าเรา และยิ้ม ทั้งที่ยังดูดนมอยู่ เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดที่ไม่อาจลืมได้.....ความรู้สึกนี้ทำให้ดิฉันรู้สึกเสียใจที่สุดที่ไม่ได้เลี้ยงลูกคนแรกด้วยนมแม่ เพราะมัวแต่ห่วงงาน และคิดว่ายุ่งยาก......

ทุกวันนี้ดิฉันยังถูกคนที่บ้านถามตลอด ว่าเมื่อไหร่จะเลิก...สารอาหารที่เรากินไปก็ไม่ครบ...ลูกจะเอาสารอาหารที่ไหนไปโต...น้ำหนักไม่ขึ้นมาหลายเดือนแล้ว...ให้ลูกติดนมแม่ ทำให้คนเลี้ยงลำบาก  เพราะกินนมขวดอยาก.....แต่ดิฉันไม่สนใจค่ะ...เวลากลับบ้าน..คำแรกที่ดิฉันถามลูก คือ.."กินนมติ๊กมั๊ย"...ลูกก็จะยิ้ม แล้วรีบคว้าเต้านมดิฉันทันที......ณ เวลานั้น ไม่มีคำว่าเหนื่อย...หลงเหลืออีกเลย...

ดิฉันคิดว่า...ถ้าเราตั้งใจทำสิ่งดี ๆ ให้เค้าแล้ว....อย่าหยุดให้เค้าตอนนี้เพราะคนอื่นเลยค่ะ......สงสารความรู้สึกเค้า อย่างที่ทั้งสองท่านแสดงความเห็นมาค่ะ....

ผู้แสดงความคิดเห็น Pattamakul วันที่ตอบ 2009-12-16 14:10:11


ความคิดเห็นที่ 3 (106547)

เกลียดคนแบบนี้ที่สุดเลยค่ะ

ขอยกนิ้วให้ทีมงาน Admin นะคะ ตอบแค่นี้ไม่ใช่ อคติหรอกค่ะ

พวกหมอ ไร้จรรยาบรรณสมัยนี้ แยะค่ะ เราก็เคยโดนค่ะ หมอที่ไหนมาบอกให้ลูกเราเลิกนมแม่

มีการแนะนำตัวอย่างนมผสมด้วยนะคะ แหม ๆ ๆ เก็บของแถมไว้เต็มห้องเลยนะคุณคะ นึกว่าเรากินหญ้า

ให้ถึง 7 ขวบก็ไม่ผิดหรอกค่ะ สิ่งสำคัญที่สุดคือจิตใจคุณกับลูกค่ะ

สุดท้ายลูกก็จะเลิกไปเองค่ะ ตัวเราลูก 2 ขวบครึ่งแล้ว ยังให้ดูดอยู่เลยค่ะ

โดนหนักกว่านะคะ ที่บ้านสามี แบบว่า สุดยอดค่ะ

สู้ ต่อไปนะคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น จากใจผู้เป็นแม่ วันที่ตอบ 2009-12-16 14:11:12


ความคิดเห็นที่ 4 (106548)

แหม! อ่านแล้วอยากให้ตัวเองไปนั่งอยู่หน้าหมอคนนั้นจัง จะได้...หึ หึ (ปกติอ่านเฉยๆ นะคะไม่แสดงความคิดเห็น วันนี้ได้ mail update ข้อความจาก webmother แล้วของขึ้น อย่างแรง!)

หมอแกแก่แล้วรึปล่าวคะ คุณหมอบางท่านอาจจะงานยุ่ง จนไม่มีเวลา update ข่าวสาร ว่าเดี๋ยวนี้เค้าไปถึงไหนกันแล้ว ทำไมยังมีความคิดเก่าๆ หรือว่า ตอนเด็กแกไม่เคยได้กินนมแม่แกเลยอ่ะ (น่าสงสารจริง)

เอ้า! เข้าเรื่องนะคะ เราคิดว่า คุณแม่ต้องเข้มแข็งค่ะ ลูกชายเราตอนนี้ก็ ขวบ สิบเดือนแล้วค่ะ ยังกินนมแม่อยู่ค่ะ มีความสุขกันทั้งแม่ทั้งลูก คนรอบข้างก็ถามแบบนี้ล่ะค่ะ เมื่อไหร่จะเลิก (คำถาม basic) ...แต่เราไม่สนค่ะ นมก็นมชั้น ลูกก็ลูกชั้น จะมายุ่งกะชั้นทำไม

จริงนะคะ เราไม่เคยสนใจมานานแล้วว่า ตอนนี้ลูกเราน้ำหนักเท่าไหร่แล้ว เพราะเรารู้อยู่เต็มอกว่า "เค้าแข็งแรงมากกกก..." คิดดูค่ะ เป็นหวัดกันทั้งบ้าน (ประมาณว่า คนนั้นหาย คนนี้เป็นต่อ) ลูกชายเราเล็กที่สุด กลับติดเป็นคนสุดท้าย

อ้อ! ส่วนเรื่องนมแม่ทำให้ฟันผุรึปล่าวนั้น เคยอ่านเจอค่ะว่า ถ้ากินนมผงน่ะ ผุแน่นอน (ก็มันหวานยังงั้น) แต่ในนมแม่น่ะ จะมีสารบางอย่าง (จำชื่อไม่ได้แล้ว) ที่ไม่มีผลทำให้ลูกฟันผุนะคะ นี่คือ ข้อได้เปรียบอีกข้อ ที่นมแม่น่ะเลิศยิ่งกว่านมใดๆ

ลูกคน ก็ต้องกินนมคนสิคะ นมเราก็ยังมี ให้ลูกเรากลายเป็นลูกวัวได้งัยอ่ะ ...ยืนยันค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น BeautyBuddy วันที่ตอบ 2009-12-16 14:12:23


ความคิดเห็นที่ 5 (106550)

เคยเจอหลายคนพูดเหมือนกันค่ะ  คนทั่วไปก็พูด ก็เข้าใจกันไปแบบนั้นกันทั้งนั้น เพราะอะไรกันน้อ ถ้าไม่ใช่เพราะมีบุคลากรทางการแพทย์แย่ๆ แบบนี้

ถ้าเป็นเรานะ อย่าไปเป็นมันเลยค่ะ หมอน่ะ ช่วยคนไม่ได้ แถมทำให้เค้าแย่อีกตะหาก

 

ผู้แสดงความคิดเห็น janistar (fur_n-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-12-16 14:23:11


ความคิดเห็นที่ 6 (106551)

 

กอดลูกแล้วให้กินนมแม่นะคะ  อย่ายอมให้คนอื่น ๆ มาตัดสายสัมพันธ์ แม่ลูก 

ผู้แสดงความคิดเห็น นวลจันทร์ (m2542-at-chaiyo-dot-com)วันที่ตอบ 2009-12-16 14:54:31


ความคิดเห็นที่ 7 (106552)

ฟังเสียงในใจของเราดีกว่านะคะ ไม่ต้องไปฟังหมอหรอกค่ะ  คุณกฤชกรต้องถือว่าตัวเองโชคดีมากๆที่สามารถให้นมลูกจากเต้ามีโอกาสมากกว่าแม่ทำงานอีกหลายๆคนแล้วให้นมแม่ในที่ทำงานไม่ได้ต้องปั๊มกันสุดชีวิตเพื่อให้ลูกตัวเองได้ดื่มนมแม่ให้นานที่สุด ถามว่าทำไมแม่เหล่านั้นต้องพยายามกันขนาดนั้น ก็สุขภาพของลูกไงค่ะ นึกถึงสุขภาพของลูกให้มากๆค่ะ เวลาลูกไม่สบาย คนที่ใจจะขาดเป็นห่วงที่สุดต้องเป็นแม่ (ไม่ใช่หมอ....เพราะหมอจะได้เงินจากการรักษาเวลาเด็กป่วย)

คำพูดของหมอที่ว่าถ้าแม่เป็นอย่างโน้นอย่างนี้ พ่อจะไม่แย่เหรอ อย่างน้อยตอนนี้คุณแม่ก็ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย เอาไว้ให้มันเกิดขึ้นก่อนถอะค่ะ เพราะมันอาจไม่เกิดเลยก็ได้ ถ้าเชื่อหมอแล้วเลิกตอนนี้ แล้วคุณกฤชกรก็ไม่ได้เป็นอะไรเลย แต่ลูกกลับป่วยบ่อยๆ คุณอาจมานึกเสียใจที่หลังก็ได้ค่ะ ว่าได้สูญเสียโอกาสที่จะให้สิ่งที่ดีที่สุดกับลูกคือเรื่องสุขภาพ  คุยกับคุณพ่อให้เข้าใจแล้วให้นมแม่ต่อเถอะค่ะ.....เอาใจช่วยค่ะ

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น แม่น้องคีย์ (petcharath-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-12-16 15:31:55


ความคิดเห็นที่ 8 (106553)

เป็นคนที่นมน้อยมาก ลูกกินไม่เคยอิ่ม เดือนแรกมีปัญหาลูกไม่ยอมดูดเต้า พอเริ่มดูดได้ก็เจ็บปวดทรมานมากมาย

กลับมาทำงานปั้มนม3ครั้งต่อวันได้แค่3-4ออนซ์  ลูกก็กินนมผสม+นมแม่ข้างบ้านไปตามระเบียบ

แต่ทุกวันนี้ ลูกสาว 10เดือนกว่าแล้ว  ยังชอบดูดเต้าอยู่ค่ะ แม้จะไม่อิ่ม พอเริ่มแกะกระดุมเสื้อ คลานมาอย่างเร็วเลย หัวเราะแหะ แหะ งับนมทันที  มีความสุขที่สุด  ถึงมีน้อยก็จะไม่เลิกค่ะ ให้เค้าดูดไปจนกว่าจะไม่ดูดแหละ

อิจฉาคนที่มีนมเยอะๆ  อย่าให้เลิกเลยนะคะ ยิ่งมีเวลาอยู่กับลูกทั้งวัน  หิวเมื่อไหร่ก็ได้กิน  สารอาหารเติมได้จากอาหารเสริม/ข้าว 3มื้ออยู่แล้ว

เวลาเจ็บป่วย ร้องไห้ เจ็บตัว  นมแม่นี่แหละ ยาวิเศษที่สุดเป็นทั้งยากาย และยาใจ

ผู้แสดงความคิดเห็น แม่น้องชุนหลิน วันที่ตอบ 2009-12-16 15:40:54


ความคิดเห็นที่ 9 (106554)

ให้ลูกกินนมแม่ต่อเถอะค่ะ

 

นมแม่ดีีที่สุดแล้ว   ตอนนี้น้ำปิง 1 ปี 2 เดือน ยังกินนมแม่อยู่คะ  มีคนบอกให้เลิกเพราะลูกโตแล้ว (เค้าบอกกัน) แต่แม่และลูกตัดใจไม่ได้

สงสารลูกมากกกก  ตอนกลางคืนต้องคาบนมแม่นอนทุกวัน   นมแม่ไม่ทำให้ฟันผุหรอกค่ะ  เพราะนมแม่ไม่มีคราบ

ผู้แสดงความคิดเห็น แม่น้องน้ำปิง (s_nuy_9-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-12-16 16:16:52


ความคิดเห็นที่ 10 (106555)

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ค่ะ ไม่ว่า 1 หรือ 2 หรือ สามขวบในที่สุด ลูกต้องมีวันหย่านม

อยากให้ การหย่านม เป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป จะได้ไม่ ทรมาน ทั้งแม่ (เต้านมคัด) และ ลูก เหมือนขาดสิ่งที่อบอุ่นที่สุดไป

คือ ไม่ใช้การหักดิบ แต่ เปลี่ยนเป็น ให้ ทาน นม จากขวด หรือ จาก แก้วก่อน ให้เค้าคุ้นๆ ก่อน

ถ้ามื้อนี้ทำได้ เรา  ก็ ค่อยให้ มื้อต่อไป สลับกัน จน จำนวน นม แก้ว หรือ นมขวด มากขึ้น นมแม่น้อยลง จน เลิกได้ในที่สุด ใช้เวลา วางแผนล่วงหน้า ซัก 2-3 เดือน จะไม่ทรมาณ ทั้งแม่และลูกค่ะ

พอผ่านไปซัก 3   เดือน เอานมให้ลูกดูด อีกที ตอนนี้ลูกลืมแล้วค่ะ ว่าเคยดูดนม จากอกแม่ด้วยเหรอ

เมื่อวาน เล่าให้เค้าฟัง ว่าตอนเป็น baby เค้าเคยกินนม จากอกแม่ เค้า ยังบอกไม่เคย กินนมกล่อง มาตลอด

ผู้แสดงความคิดเห็น girlysociety.com เว็บรวมความรู้ เรื่องหน้าอก (girlysocietycm-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-12-16 17:05:53


ความคิดเห็นที่ 11 (106558)

ขอเป็นกำลังใจให้คุณแม่ให้นมลูกต่อไปนะคะ เราเองตอนลูกคนแรกก็ล้มเหลวในการให้นมแม่ เพราะลูกติดจุกนม ผลคือลูกสุขภาพไม่แข็งแรง พอมาท้องที่2 ครั้งนี้เราตั้งใจมาก พยายามให้นมแม่ให้เร็วที่สุด แม้เจ้าหน้าที่จะไม่ยอมพาลูกมาดูดนมกระตุ้นเลย พอโทรไปก็บอกว่าน้องหลับค่ะ ๆ แต่ไม่มีซะละที่จะยอมแพ้ เราก็เดินไปห้องเด็กอ่อนเองเลย จนให้นมแม่ได้สำเร็จ แล้วสุขภาพลูกก็คนละเรื่องเลย ลูกแข็งแรงดีค่ะ นี่ก็ท้องที่3แล้ว ตั้งใจให้นมแม่เหมือนเดิมค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ว่าที่แม่ลูก3 วันที่ตอบ 2009-12-16 18:34:06


ความคิดเห็นที่ 12 (106562)

อุ๊ย หมอคนนี้นี่ไม่มีจรรยาบรรณเลย อาจเป็นเพราะเขาไม่เคยมีลูกก็ได้เลยไม่เข้าใจหัวอกคนเป็นแม่

ผู้แสดงความคิดเห็น แม่น้องพอเพียง วันที่ตอบ 2009-12-16 22:53:18


ความคิดเห็นที่ 13 (106563)

ร้องไห้เลย

 

มองหน้าลูกตัวเองแล้วอดร้องไห้ไม่ได้

 

ถ้าวันนึงต้องให้เค้าอดนมเรา

คงเศร้าน่าดู

 

ทุกวันนี้แค่พยายามให้เค้ากินตอนหิวจัดๆ ก็ยังทำไม่ได้เลย

ลูกร้องหิวก็ไม่ไหวแล้วคะ

 

กินเท่าที่อยากกินเลยลูก

 

ถ้าแม่ให้สิ่งที่ดีที่สุดจากเลือดเนื้อของแม่แก่ลูกไม่ได้  แล้วใครจะให้ได้

 

เพราะเราเป็นแม่  เรามีลมหายใจเข้าออกเป้นลูกของเรา

ในขณะที่วัว เค้าก็เป้นแม่ของวัว เค้าหายใจเพือลูกวัวของเค้า

ผู้แสดงความคิดเห็น มี้นู๋พุ วันที่ตอบ 2009-12-16 23:11:13


ความคิดเห็นที่ 14 (106567)

เป็นเหมือนกันเลยค่ะ ทำไมไมมีใครเข้าใจเลยนะคะว่า มันไม่ได้ทำให้คนที่พูดๆกันเดือดร้อนกับการที่ลูกเราจะกินนมเราเลย ลูกชายดิฉัน ขวบ สามเดือนแล้วก็ยังติดนมแม่ (เกิดที่ศิริราช) กระทั่งสามียังถามด้วยความเป็นห่วงเลยเพราะว่าเห็นเรายุ่งกับงานแล้วยังต้องมาให้นมลูกอีก ก็ตอบทุกคนด้วยคำตอบเดียวกันนะคะว่าก็จะให้ลูกกินเรื่อยไปจนกว่าลูกจะไม่อยากกินเอง มีบางคนนะคะที่เข้าใจแอบอิจฉาเล็กๆ ว่ามีนมให้ลูกกิน งานที่ทำก็แสนจะวุ่นวาย แต่ยังสามารถที่จะปั๊มนมเก็บไปให้ลูกกินได้ทุกวัน (ตัวดิฉันเองเคยประสบอุบัติเหตุรถชน  ตอนที่มีลูกถึงรู้ว่ามันทำให้มีน้ำนมให้ลูกกินได้แค่ข้างเดียว) สู้ต่อไปนะคะแล้วจะประสบความสำเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างตั้งใจ เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น แม่น้องนะโม (roger_jaa-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-12-17 08:22:17


ความคิดเห็นที่ 15 (106573)

 อ่านแล้วน้ำตาไหลเลย กระเทือนใจ ขอไปเช็ดน้ำตาก่อน

 

ผู้แสดงความคิดเห็น แม่ตูน (siriporn_toon-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-12-17 15:20:06


ความคิดเห็นที่ 16 (106577)

เชื่อตัวคุณแม่เองค่ะ  ดีที่สุด

ผู้แสดงความคิดเห็น แม่คนนึง วันที่ตอบ 2009-12-17 18:34:10


ความคิดเห็นที่ 17 (106613)

นมแม่ดีที่สุดค่ะ   ถ้าลูกไม่ได้มีโอกาสกินนมแม่  ตามวัยที่ควร  ก็ขอให้เพราะเป็นเหตุสุดวิสัยเถอะค่ะ     ไม่ใช่เหตุผล  ท่ไม่เข้าท่าอย่างหมอคนนั้นแนะนำ     (คงเป็นหมอรักษาไข้   ไม่ได้มองด้านส่งเสริมสุขภาพ  ด้านองค์รวม  ของความเป็นมนุษย์)  ไม่อยากเชื่อว่าจะมีหมอแนะนำคุณแบบนั้นเลยค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ศิริเนตร เรืองหน่าย พยาบาลวิชาชีพ (sijii38-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-12-20 13:29:52


ความคิดเห็นที่ 18 (106627)

เห็นด้วยทุกความคิดเห็นค่ะ ตอนนี้ลูก1ปี10เดือนกว่าแล้ว ยังกินนมแม่อยู่ด้วยแถมเราเป็นเชื้อรา ทายามาเป็นปีแล้วยังไม่หาย ช่วงที่อาการกำเริบก็เจ็บมากเพราะมันหัวนมแตกไปหมดลูกดูดทีเหมือนมีมีดมากรีด แต่ว่าก็ไม่อยากเลิกให้นมลูกเพราะเขาแข็งแรง และเก่งมากๆ ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าการให้นมแม่กับลูกมันลำบากและทรมานอย่างนี้ วิถีชีวิตของเรามันยิ่งขัดแย้งกับการเลี้ยงลูกด้วยนมมากขึ้นเรื่อยๆ ขอชื่นชมแม่ทุกคนที่ให้นมลูกได้สำเร็จและขอให้กำลังใจแม่ที่เจออุปสรรคมากมาย เจอคำถามซ้ำๆเหมือนๆกัน คือเมื่อไหร่จะหยุดให้นมลูก มันจะมีประโยชน์อะไรอีก แถมเป็นคำถามที่มาจากคนที่รักเราทั้งหลาย เหนื่อยกับการ อธิบายจนเลิกไปแล้ว แต่ไม่เลิกให้นมลูกค่ะ เพราะมันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่ผู้หญิงเราจะทำหน้าที่แม่ได้อย่างสมบูรณ์ และเป็นช่วงเวลาสำคัญของชีวิตลูกที่ไม่สามารถย้อนมาให้ได้อีกแล้วนะคะ สู้ สู้ค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น แม่วิน-วิน วันที่ตอบ 2009-12-21 17:29:41


ความคิดเห็นที่ 19 (106634)

เมื่อวันอังคารที่ 15 ธ.ค. 2552 มีนัดกับหมอที่ ร.พ.แห่งหนึ่งแถวๆ อนุสาวรีย์ฯ ปกติไม่เคยเจอหมอคนนี้เลย จะรักษาอยู่กับอาจารย์หมอประจำซึ่งรักษาลูกเรามาตั้งแต่ห้อง ICU 60 วัน อยู่ห้องพิเศษเพื่อทดลองเลี้ยงกับหมอ 10 วัน (ลูกเกิด 7 เดือน แม่เป็นครรภ์เป็นพิษรุนแรง) หมอประจำบอกเราตั้งแต่วันแรกๆ ว่าลูกเรากินนมผสมไม่ได้ต้องกินนมแม่เท่านั้นเพราะน้องตัวเล็กภูมิต้านทานไม่มี ฉะนั้นทางเดียวที่จะทำให้น้องแข็งแรงคือ นมแม่เท่านั้น ต่ายได้ฟังดังนั้น ก็ลุกขึ้นมาให้แฟนไปซื้อเครื่องปั๊มมืออันร้อยกว่าบาทมา แล้วตั้งหน้าตั้งตาปั๊มนมให้ลูกแล้วเอาไปส่งลูกที่ ร.พ. ทุกวันอาจารย์หมอชมตลอดที่มาหาอาจารย์หมอว่าดีแล้วที่คุณแม่ให้ลูกกินนมจนขวบกว่าไม่เคยว่านมแม่ไม่ดีเลย เพราะเค้ารักษาของเค้ามาเกือบ 2 ปี ลูกไม่เคยไม่สบายและไม่เคยมานอนรักษาตัวที่ รพ.เลย   

มาเล่าพฤติกรรมของหมอคนนั้นกันดีกว่า  เมื่ออังคารที่ 15 ธค. 52  ก็เห็นว่าแค่ไปฉีดวัคซีนคงไม่ต้องรออาจารย์หมอก็ได้เพราะบางทีอาจารย์หมอ case เยอะ (เด็ก ICU)   ก็เลยเจอหมอคนนี้ เดือน พ.ย. 52 ลูกเราหนัก 9.3 กก. สูง 7.8 ซม. พอ ธค 52 หนัก 9.0 กก. แต่สูง 81 ซม พอหมอรู้ว่าเรายังให้ลูกกินนมแม่อยู่ โอโห...ใส่เรายับเลย บอกว่านมเราไม่มีประโยชน์แล้ว ตั้ง 1.9 ปี ยังให้อีก เนี้ยะเพราะนมแม่แท้ ๆ ถึงทำให้น้ำหนักน้องไม่ขึ้น แถมน้ำหนักลงอีกต่างหาก ให้เราไปซื้อนมผงให้กินได้แล้ว แล้วเลิกนมแม่ซ่ะ  เราฟังปุ๊บเหมือนฟ้าผ่าลงมากลางใจ เรากับย่าไม่พูดแล้ว และคิดว่าหมอกับเราคงต้องเดินกันคนละทางแล้ว แต่แฟนเราสิตื่นไปกับหมอด้วย ออกมาจากห้องก็บอกให้เราเลิกให้นมลูกเดี๋ยวนี้ เราเลยบอกว่าขอร้องล่ะอย่ามาทำลายจิตใจเราและลูกเลย ขอให้เราและลูกเป็นคนเลือก  เพราะเราตั้งใจจะให้ลูกกินนมไปเรื่อยๆ ไม่ได้กำหนดว่าจะต้อง 2 ปี แต่จะให้ไปจนกว่าเปิดนมแม่เมื่อไหร่ลูกเราวิ่งหนีน่ะเราถึงจะเลิก  ติดใจหมอคนนี้นิดนึงว่าถามเราบ้างมั๊ยว่าถึงลูกเราจะตัวเล็กแต่ลูกเราไม่ป่วยเลย ลูกเราน้ำหนักแค่ 1.5 กก.ตอนเกิด แล้วตอนนี้หนักถึง 9 กก. เราก็ดีใจมากแล้ว ปกติ เด็กจะ 2 ปี ต้องหนัก 3 เท่าของน้ำหนักแรกเกิด จริงๆ ลูกเราต้องแค่ 4.5 กก. แต่นี้ลูกเราได้ตั้ง 9 กก. ยังไม่พอใจอีกเหรอ..   อาจารย์หมอเค้ายังชมเลยว่าเลี้ยงได้เก่งนะหนักขนาดนี้แล้ว (เค้าจับลูกเราตั้งแต่ 1.5 กก)  หมอคนนั้นยังบอกอีกนะว่าเด็กคนอื่นเค้าเกิดมาเล็กเค้ายังใหญ่กันได้เลย ก็อยากจะถามหมอเหมือนกันว่าต้องการให้เด็กอ้วน อ้วน อ้วน ใช่มั๊ย ก็ถ้าอ้วนแล้วไม่แข็งแรงแล้วจะอ้วนไปทำไม  ก็เค้าก็รณรงค์ให้เด็กไม่อ้วน และแข็งแรง  ลูกเราก็เป็นอย่างนี้  เมื่อไหร่หมอพวกนี้จะหมดไปซะที  ควรให้หมอทุกคนที่เป็นหมอด้านเด็ก หรือที่เกี่ยวข้องได้รับการอบรมเกี่ยวกับนมแม่บ้างนะ  จะได้ทันสมัยเสียที หรือเงินของพวกผลิตนมผงมันบังตา อนามัยโลกเค้ายังให้กินอย่างน้อย 2 ปีเลย หมอพวกนี้ไปอยู่ถ้ำไหนมาเนี้ย

ผู้แสดงความคิดเห็น แม่กระต่าย - น้องเปโซ วันที่ตอบ 2009-12-22 08:55:39


ความคิดเห็นที่ 20 (106691)

เป็นกำลังใจให้แม่ที่ให้นมลูกทุกคนค่ะ ตอนนี้ก็กำลังเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เหมือนกันค่ะ น้องนโมก็เกือบจะ 10 เดือนแล้ว แต่ก็ต้องปั๊มให้กินเพราะต้องทำงานค่ะ มีอยู่ครั้งนึงนมที่สต็อกไว้ให้ลูกละลาย คือแบ่งแช่ไว้หลายตู้ เผอิญว่าตู้นี้ไฟดับแล้วเราไม่ได้มาอยู่ที่ห้องนี้ 2-3 วัน นมที่สต็อกไว้ละลายหมดเลย (ประมาณ 23 ถุง)  เราก็ช็อคเลย ทำอะไรไม่ถูก คือเสียใจ เสียดาย กว่าจะปั๊มเก็บมาได้แต่ละถุง คือต้องใช้เวลามากมาย แฟนก็ปลอบใจเพราะเห็นเรา sad มาก นี่ไงคะ แค่นมที่เก็บให้ลูกละลายเรายังเสียใจขนาดนี้ ถ้าต้องเลิกให้ลูกดูดนม ......ไม่อยากให้ถึงวันนั้นเลย

 

ผู้แสดงความคิดเห็น คุณแม่น้องนโม (v_patumwan-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-12-25 15:27:51


ความคิดเห็นที่ 21 (106692)

ขอแสดงความคิดเห็นด้วยคนคะ

ดิฉันเป็นนักศึกษาพยาบาลปี4ที่กำลังจะจบอีก 3 เดือนนี้คะ  ช่วงที่เวลาที่ได้ฝึกงานเป็นเวลาที่มีความสุขมากมาย และที่ตึกสูติกรรมคนไข้ส่วนใหญ่ยังสับสนเรื่องนม  แต่สิ่งหนึ่งที่นักศึกษาพยาบาลทุกคนปฎิบัติและเต็มใจให้คำแนะนำคือการให้ลูกกินนมแม่  เน้นนะคะ ต้องเป็นนมแม่  อยากให้ลูกได้อะไรแม่ต้องกินอย่างนั้น ดิฉันจะบอกกับคุณแม่ทุกคนเสมอ และมักมีคำถามว่าจะกินได้นานแค่ไหน สำหรับดิฉันแล้วจะตอบคนไข้ว่า กินได้นานเท่าที่ใจต้องการ คือ ต้องไม่น้อยกว่า 6เดือน (6เดือนต้องกินนมแม่อย่างเดียว น้ำไม่ต้อง อาหารเสริมไม่ต้อง ก็เพียงพอต่อความต้องการของลูกแล้วหลัง6เดือนจะเริ่มให้อาหารเสริมคะ)และกินถึง2ขวบได้มั้ย ตอบได้ว่า7ขวบยังกินได้ มันไม่ได้เกี่ยวกับพัฒนาการแล้วละคะ แต่มันคืออาหารใจ  รู้มะคะ เด็กคนไหนที่กินนมแม่เด็กคนนั้นนอกจากจะไอคิวดีแล้ว อีคิวก็ดีมากๆอีกด้วย  ก็เพราะความรักความอบอุ่นที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วไงคะ

 

...ถ้าคุณแม่คนใดสงสัย  หรือต้องการปรึกษาเรื่องต่างๆดิฉันยินดีมากๆที่จะให้คำแนะนำคะ เพราะนั่นคือจุดมุ่งหมายที่ดิฉันมาเรียนพยาบาล ไม่ใช่เพื่อตนเองแต่เพื่อที่คนไข้จะได้มีคนที่เข้าใจและดูและเค้าในยามเจ็บป่วย(ขอบอกจริงๆนะคะว่าจากประสบการณ์การฝึกงานมาเยอะตั้งแต่ปี2 พยาบาลที่ดีมีไม่มากแล้วละคะ  ส่วนใหญ่ก็ธุรกิจจริงๆอย่างที่เวบมาสเตอร์ว่า แต่คนดีๆก็ไม่ท้อที่จะทำความดีต่อไปคะ )

ผู้แสดงความคิดเห็น นักศักษาพยาบาลปี4 (olala_ka-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-12-25 16:23:59


ความคิดเห็นที่ 22 (106693)

ฝากถึงคุณแม่กระต่าย - น้องเปโซ (ความเห็นที่ 19 นะคะ)

.....อันนี้ไม่ได้เข้าข้างใครนะคะ  แต่ขอใหเเหตุผล  นมแม่มีประโยชน์กับลูกสูงสุดในขวบปีแรกอะคะ(ด้านพัฒนาการ/ไอคิวต่างๆ)และหลังจากนั้นแทบจะไม่มีแระโยชน์ใดๆแล้วกับเด็กเล็กๆแต่หมอคนนั้นอาจลืมอีกด้านไปอะคะ ก็คือ ด้านอารมณ์หรือ อีคิว  มันก็เสมือนอาหารใจอะคะ  กินไปแล้วตัวไม่โตแต่ใจเนี่ยจิ โต(มีการควบคุมอารมร์ดี ไม่ขี้หงุดหงิดเจ้าอารมณ์) เด็กจะเป็นเด็กที่อารมณ์ดี ร่าเริง งั้นขอแนะนำคุณแม่แม่กระต่าย - น้องเปโซ เพิ่มนะคะว่า น้องอาจตัวเล็กไปนิดอะคะ  คุณแม่อาจเพิ่มอาหารประเภทโปรตีนให้มากขึ้นนะคะ เพื่อช่วยในการสร้างกล้ามเนื้อของน้อง เป็นพวกปลาก็จะดีมากเลยคะ  บางคนอาจเพิ่มนมได้อีก  แต่เด็กบางคนจะเเพ้นมวัวเพราะมีสารบางอย่างก็ต้องดูกันดีๆนะคะ  และไม่แนะนำให้กินนมหวาน/โก้โก้  ถ้ากินนมต้องเป็นนมจืดดีที่สุดคะ ส่วนนมแม่ก็กินไปเถิอะคะ กินไปจนน้องเบื่อก็ยังได้ไม่ว่ากัน  อาหารใจใครจะไปว่าลงละคะ  สนับสนุนเต็มที่  แต่อย่าลืมให้อาหารอื่นๆเพิ่มละกันคะเพื่อที่ลูกน้อยจะได้เป็นเด็กที่โตตามวัยอะคะ อีกอย่าง ไม่แนะนำอาหารที่มี่คาร์โบไฮเดรตสูงนะคะ ของหวานๆต่างๆห้ามนะคะ เพราะจะทำให้น้องอ้วน ให้เน้นพวกโปรตีนอะคะ จะช่วยสร้างกล้ามเนื้อ สุดท้ายเด็กจะโตได้ ต้องพักผ่อนเพียงพอด้วย อย่าลืมให้น้องนอนกลางวันอย่างน้อยวันละ 1-2 ชั่วฌมงคะ เพราะฮอร์โมนที่ช่วยในการสร้างความเจริญเติบโตจะหลั่ง  เด็กคนไหนที่มัวแต่เล่นไม่ยอมนอนมักจะตัวเล็กโตช้าอะคะ  ฝากไว้ด้วยคะ  ด้วยความห่วงใย

ผู้แสดงความคิดเห็น นักศึกษาพยาบาลปี4 (olala_ka-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-12-25 16:41:22


ความคิดเห็นที่ 23 (106702)

มีเรื่องสงสัยค่ะ สงสัยว่าที่คุณนักศึกษาพยาบาลปี 4 เขียนมาว่า

"....แต่ขอให้เหตุผล นมแม่มีประโยชน์กับลูกสูงสุดในขวบปีแรกอะคะ (ด้านพัฒนาการ/ไอคิวต่างๆ) และหลังจากนั้นแทบจะไม่มีประโยชน์ใดๆ แล้วกับเด็กเล็กๆ..."

ข้อมูลนี้เอามาจากไหนคะ อาจารย์สอนมา หรือว่าจำมาจากใคร ถ้าเป็นอาจารย์สอน มีระบุไว้ในตำราเรียน หรือหนังสือหรือไม่ ถ้ามีช่วยบอกชื่อหนังสือ และผู้แต่งให้ด้วยนะคะ ถ้าไม่มีหนังสือก็ช่วยไปถามให้ทีเถอะค่ะว่ามีหลักฐานอะไรสนับสนุนคำอ้างนี้หรือเปล่าคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น webmother วันที่ตอบ 2009-12-25 22:31:26


ความคิดเห็นที่ 24 (106753)

เห็นใจคนทำงานรณรงค์ส่งเสริมเรื่องนมแม่คะ  งานนี้คนที่มีส่วนร่วมในการทำงาน   เขาทำกันด้วยใจจริงๆ   แต่ก็มักถูกปั่นทอนกำลังใจกันบ่อยๆ  เพราะฝ่ายคนที่สูญเสียผลประโยชน์จากการที่เด็กๆ กินนมแม่มีมากมาย  รวมถึงความไม่เข้าใจของคนในครอบครัวของ พ่อ-แม่ เด็กเอง  โดยเฉพาะ ตัวคุณพ่อเด็กนั่นแหละ ที่บางครอบครัวไม่ได้ศึกษาหาข้อมูล ไม่เตรียมความพร้อมเพื่อลูก  จะได้กินนมแม่อย่างเต็มที่ นมแม่อย่างเดียวตั้งแต่แรกเกิด ถึง 6 เดือน และให้ต่อเนื่อง ถึง 2 ปีขึ้นไป หรือนานกว่า  ตามที่พันธมิตรนมแม่ทั่วโลกเขารณรงค์กัน  ทำให้แม่ไม่ได้รับการสนับสนุนให้ลูกกินนมแม่  และนึกถึงแต่ว่าจะต้องเร่งเก็บเงิน  หาเงินกันเลี้ยงลูกแต่อย่างเดียว  ลูกก็เสียโอกาสในช่วงเวลาที่เขาต้องได้รับ  จนลืมนึกไปว่า  มนุษย์เราเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม  ไม่ใช่ด้วยเงิน  เข้ามาให้กำลังใจคนทำงานนมแม่ และให้กำลังใจตัวเองเหมือนกัน คะ  ...จิตอาสานมแม่...

ผู้แสดงความคิดเห็น แม่เป้ (t_suraswadi-at-yahoo-dot-com)วันที่ตอบ 2009-12-30 14:37:21


ความคิดเห็นที่ 25 (106841)

เพิ่งจะเห็นกระทู้นี้ค่ะ เลยอยากร่วมแสดงความคิดเห็นค่ะ

ตัวเองก็เป็นแม่เหมือนกันและให้นมลูกมาจนกระทั่งเข้าเตรียมอนุบาลน่ะค่ะ (2.5 ขวบ) ดั้นด้นให้นมเองค่ะ แต่ก็ให้นมชงเสริมด้วยเพราะนมน้อยค่ะ ไปทำงานก็เอาปั๊มไปปั๊มนมเก็บไว้ คุณหมอก็สนับสนุนให้ให้นมแม่ แต่จากการศึกษาด้วยตนเอง (ทั้งอ่านจาก web, หนังสือ, คู่มือต่างๆ และถามทั้งหมอ, อาจารย์หมอ, นักวิจัย) ได้ความ (ที่เข้าใจเอาเองอ่ะค่ะ) ว่า นมแม่จะให้ประโยชน์สูงสุดในช่วง 6 เดือนแรก หลังจากนั้นเด็กจะต้องได้รับสารอาหารต่างๆเพิ่มตามอายุเพื่อให้เกิดการนำไปใช้เพื่อการเจริญเติบโตในด้านต่างๆ จะเห็นได้ว่าช่วงขวบถึงสองขวบแรกนั้นกราฟการพัฒนา/เจริญเติบโตของเด็กเล็กจะเป็น 45 องศา (หรืออาจมากกว่านั้น) เลยทีเดียว

ไม่ใช่ว่านมแม่จะหมดประโยชน์นะคะ แต่ว่าลูกต้องการได้สารอาหารต่างๆเพิ่มขึ้นต่างหาก ดังนั้นที่่มีอยู่ในนมแม่จึงอาจจะไม่พอแล้วน่ะค่ะ เข้าใจว่าอันนี้น่าจะเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้หลายๆคนอยากให้เลิกอ่ะค่ะ (แต่ด้วยคำพูดที่ไม่ถนอมน้ำใจคนเป็นแม่เลยน่ะ มันก็น่าจะโดนต่อว่าอะนะ)

โดยส่วนตัวแล้วก็โดนผู้ใหญ่ทั้งบ้านตัวเองและบ้านสามีบ่นเหมือนกันว่าทำไมไม่เลิกให้ซะที ตอนเราไปทำงานทำให้เค้าเลี้ยงยาก เพราะร้องจะกินแต่นมแม่ แต่เด็กเค้าก็รู้จักปรับตัวไปเองนะคะว่าพอแม่ไม่อยู่เค้าต้องอยู่รอดให้ได้น่ะ นมที่สต๊อกเอาไว้เอามาใส่ขวดให้กิน ถ้าไม่อิ่มก็ต่อด้วยนมชง เท่านี้พบกันครึ่งทางค่ะ (ต้องเคลียร์กับที่บ้านให้ดีๆนะคะ เพราะผู้ใหญ่ก็ขี้งอนเหมือนกัน)

ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ค่ะ ให้ต่อไปเถอะค่ะ ถึงเค้าจะบอกว่าหมดประโยชน์ก็เถอะ ลูกจะกินนมเราไปได้ซักกี่ปีเชียว เดี๋ยวพอโตขึ้นเค้าก็ไปกินนมคนอื่นแล้ว ^_^

ผู้แสดงความคิดเห็น แม่น้องอัฐ วันที่ตอบ 2010-01-04 07:02:19


ความคิดเห็นที่ 26 (106852)

ตอบความเห็นที่ 23 คะ

อันนี้อาจารย์สอน+หนังสือ และงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในนิตยสารการแพทย์อะคะ(เดี๋ยวจะไปหาหนังสือ+วิจัยที่อ่านมาโพสละกานนะคะ พอดีตอนนี้ช่วงสอบอะคะ)คะ  เพราะ  ในขวบปีแรกเด็กๆจะได้รับประโยชน์จากนมแม่

---- 1. ด้านภูมิคุ้มกัน โดยมีมากสุดจากน้ำนมน้ำเหลือง ซึ่งแม่ท้องแรกจะไหลหลังจากคลอดบุตรประมาณ 48 ชม. ส่วนคุณแม่ท้องหลังจะไหลหลังจากคลอดบุตรประมาณ 24 ชม. ซึ่งถ้าแม่มีภูมิคุ้มกันอะไรลูกๆก็จะได้รับไปด้วย  แต่ภูมิคุ้มกันเหล่านั้นจะอยู่ได้นานประมาณ 6 เดือน ดังนั้นจึงมีการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคบางโรคตั้งแต่แรกเกิด (วัคซีนแรกเกิดมี วัคซีนป้องกันวัณโรค(BCG) และป้องกันไวรัสตับอักเสบบี(HBV) แต่สำหรับเด็กหลังคลอดที่มีแม่เป็นพาหะไวรัสตับอักเสบบีก็จะให้ HBIG ไปอีกตัวเพื่อเป็นภูมิคุ้มกันเลย)  หลังจากนั้นก็จะเป็นน้ำนมก่อนนมแท้ ประมาณ 3-5 วัน และจะเป็นน้ำนมแท้ที่เราทุกๆคนเห็นๆกันอะคะ ส่วนถ้าถามสรรพคุณอื่นๆทุกๆคนคงรู้นะคะ  แต่ขอพูดเสริมเรื่องสารอาหารอะคะ  เพราะนมแม่จะมีสารอาหารที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายทารกโดยมีน้ำประมาณ82 เปอร์เซ็น แล้วที่เหลือจะเป็นโปรตีนอะคะ นมแม่ที่ให้ทารกดูดจะมี 2 ส่วน คือ ส่วนหน้า (จะเป็นน้ำตาล ลูกจะดูดหมดใน 15 นาที) ส่วนหลังจะเป็นโปรตีน ไขมัน ฯลฯ (ลูกจะดูดหลังจากดูดส่วนหน้าหมด อีกประมาณ 15 นาที) ดังนั้นจึงเป็นที่มาของการให้ลูกดูดหมดเต้า เพราะเด็กจะได้อิ่มนาน ไม่ร้องงอแงหิวบ่อย นอกจากนี้ยังมีสารอาหารอื่นๆที่เหมาะสมกับความต้องการของทารกทำให้เด็กน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานไม่อ้วนหรือผอมเกินไป นมแม่ยังมีสารที่ป้องกันเชื้อราในปากจะสังเกตได้ว่าเด็กที่กินนมแม่จะไม่มีฝ้าขาวที่ลิ้น  นมแม่ต่างกับนมผสมที่สัดส่วนของสารอาหารที่มี ถึงแม้แคลอรี่จะเท่ากันก็ตามที เพราะเด็กทารกยังไม่มีเอ็นไซย่อยนมบางตัวทำให้กินนมผสมเข้าไปแล้วท้องอืด ท้องเสีย ฯลฯ  เหล่านี้เป็นต้น

-----2. ด้านสารอาหาร  ดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้นว่านมแม่มีสารอาหารที่เหมาะกับทารกมากที่สุด ฉะนั้นปัจจุบันจึงรณรงค์ให้ลูกได้กินนมแม่มากขึ้นเพื่อสุขภาพของเด็กเอง  และถ้าได้ไปโรงพยาบาลก็จะพบโปสเตอร์ให้ลูกได้กินนมแม่อย่างน้อย 6 เดือน เคยสงสัยไหมคะว่าทำไม 6 เดือน มันเป็นเพราะจากงานวิจัยอะคะ ที่ค้นพบว่า 6 เดือนทารกกินนมแม่อย่างเดียวก็เพียงพอแล้ว(ไม่ต้องกินน้ำเสริมนะคะ)เพราะนมแม่มีทั้งน้ำและสารอาหารครบถ้วน 6 เดือนจึงไม่จำเป็ต้องให้อะไรเลยนอกจากนมแม่อย่างเดียว ทั้งที่สมัยก่อนเค้าจะรณรงค์ว่า 3เดือนก็พอ เพราะ จริงๆแล้วเด็กทารกจะเริ่มมีเอนไซย่อยอาหารอื่นๆได้ตอนอายุครบ 3 เดือน แต่ที่ปัจจุบันไม่นิยมเพราะงานวิจัยพอว่าถ้าเริ่มให้อาหารเสริมเร็วเด็กจะมีปัญหาโรคต่างๆตามมาได้ง่ายปัจจจุบันจึงไม่แนะนำอะคะ แล้วหลังจาก 6 เดือนไปละนมแม่ก็มีประโยชน์อยู่ไหม ก็ประโยชน์ยังคงมีแต่ไม่พอแล้วที่จะให้ลูกน้อยของเราเติบโตจึงต้องเพิ่มอาหารเสริมมา 1 มื้อ 2 มื้อ และ3 มื้อ เมื่ออายุครบ 12 เดือน นมแม่ก็จะค่อยๆลดบทบาทลงมาจากเป็นอาหารหลัก มาเป็นอาหารเสริมแทน และจากงานวิจัยหลายๆชิ้นที่ไปอ่านมา พบว่า เด็กที่กินนมแม่จะมีไอคิวดีกว่ากินนมผสม ประมาณ 2-3 เท่าอะคะ เค้าถึงรณรงค์กันนักกันหนาไงคะ นอกจากนี้ หลังจากขวบปีแรกไปนมแม่ถ้าเด็กไม่ค่อยดูด ระดับโปรแลคตินในกระเเสเลือดจะลดต่ำลงประมาณ 7 วันน้ำนมจะน้อยและไม่ไหล น้ำนมที่มีอยู่สารอาหารจะน้อยและจะมีแต่พวกไขมันซึ่งก็ไม่เพียงต่อต่อร่างกายแล้ว กินเข้าไปก็ไม่ได้ช่วยเรื่องพัฒนาการ เพราะเด็ก1-3ปีแรกจะมีการพัฒนาด้านกล้ามเนื่อมัดใหญ่และเล็ก จึงควรเพิ่มอาหารประเภทโปรตีนในการสร้างกล้ามเนื้อมากกว่ากินนมแม่เพียงอย่างเดียว ดังนั้นเด็กที่มารพ.แล้วน้ำหนักตัวน้อยหมอก็มักจะถามว่ากินนมแม่อยู่รึเปล่า นั่นเอง

------3. ด้านอารมณ์  เด็กที่กินนมแม่จะเป็นเด็กที่อารมณ์ดี กินง่าย ถ่ายคล่อง หลับสบาย ไม่เจ้าอารมณ์ หงุดหงิด ก็เพราะเวลาที่ได้ กินนมแม่ ได้สัมผัสแม่ เห็นหน้าแม่ กอดแม่แล้วหลับไปทุกคืน ก็จะรู้สึกอบอุ่นและรักแม่ ผูกพันกับแม่มาก เด็กจะรู้สึกถึงการเอาใจใส่ของแม่ เวลากินนมแล้วกัดหัวนมแม่แม่ก็จะสะดุ้งเจ็บเด็กก็จะรับรู้แล้วไม่กล้าทำให้แม่เจ็บ เค้าก็จะรู้สึกรักแม่มาก  โตขึ้นเด็กกลุ่มนี้อีคิวจะดี มีการควบคุมอารมณ์ดี ไม่ดื้อกับพ่อแม่ ต่างกับเด็กที่กินนมผสม จะเจ้าอารมณ์ หงุดหงิดง่าย เพราะ เด็กพอหิวก็เอาขวดยัดเข้าปาก ดูดๆๆจนอิ่ม พออิ่มแล้วก็หลับ จะดูดแรงแค่ไหนก็ได้ เด็กบางคนฟันเริ่มขึ้นก็กัดจนหัวนมขาดจะได้ดูดง่ายขึ้น โตขึ้นมาก็จะต้องทำอะไรตามใจตัวเอง เพราะตอนเล็กๆโดนเลี้ยงมาแบบตามใจฉัน(กินเท่าไหร่ ดูดแรงแค่ไหนก็มิแปงไร เพราะไม่มีแม่ที่โอบกอด สัมผัส แม่ไม่สะดุ้งเจ็บ ) โตขึ้นเลยไม่ค่อยแคร์ความรู้สึกใคร ไรกพ่อแม่เท่าไหร่ ดื้อ เป็นต้น (อันนี้อ่านจากงานวิจัยคะ จำไม่ได้แล้วว่าหยิบเล่มไหนมาอ่าน เพราะเยอะมาก )

 

ส่วนตำราถ้ามีเวลาจะเอามาโพสละกานนะคะ  ขอโทษอีกทีคะ ช่วงนี้สอบหลายด่าน  แล้วต้องเตรียมสอบสภาอีก แต่ถ้ามีเวลาจะพยายามไปหามาให้คะ

แล้วถ้าตรงไหนไม่เครียร์ก็โพสไว้ละกานคะ หนูจะเข้ามาตอบคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น นักศึกษาพยาบาล ปี 4 (olala_ka-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-01-04 16:33:44


ความคิดเห็นที่ 27 (106923)

ตอบความเห็นที่ 26

คุณน้องนักศึกษาที่ใกล้จะจบพยาบาลคะ เอาไว้ให้คุณน้องได้มีประสบการณ์จริงในการให้นมลูกก่อนนะคะ แล้วจะรู้ว่าตำรามันไม่ไช่คำภีร์ ยังมีอีกหลายอย่าง หรือ สถานการณ์ต่างๆ ทำให้แตกต่างออกไป ไหนจะสภาวะจิตใจของคนเป็นแม่ ไหนจะลูกที่เกิดใหม่ที่ยังไม่รู้เรื่องรู้ราวร้องกินแต่นม ไหนจะสภาพแวดล้อมอื่นๆ ที่เข้ามาเป็นตัวแปรผกผันมากมาย (อีกอย่างนึงนะคะ ช่วยกรุณาใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องด้วยค่ะ ละกาน ของคุณน้อง คือ แล้วกัน หรือเปล่าคะ) ไม่ต้องคิดเยอะนะคะ ตั้งใจสอบเถอะค่ะ จบแล้วจะได้เป็นพยาบาลที่ดี เป็นกำลังของชาติต่อไป โชคดีค่ะ  

ผู้แสดงความคิดเห็น คุณแม่ลูกหนึ่ง วันที่ตอบ 2010-01-08 07:39:47


ความคิดเห็นที่ 28 (106987)

เราเองก็เป็นคุณแม่ลูกหนึ่งที่ให้ลูกทานนมแม่มาตลอด 1 ปี 11เดือนนี้ โดยให้นมแม่ล้วนตลอด 1 ปี 1 เดือน พอไปหาคุณหมอให้หัดดูดนมจากหลอดก็เริ่มให้ทานนมกล่องบ้าง และเราก็ยังต้องเป็นคุณแม่ที่คอยปั๊มนมที่ทำงานอีกด้วย เพราะคุณลูกต้องทางนมแม่ทุกวัน ตอนเย็นเจอหน้ากันก็จะทานนมแม่แล้ว ตอนแรกคิดว่าจะปั๊มแค่ 2 ขวบ ยังเริ่มลังเลกลัวลูกจะไม่มีนมทาน ตอนกลางคืนก็ต้องทานนมแม่หลับไปทุกคืน ก็เป็นความสุขของเราแม่ลูกด้วย และโชดดีว่าที่บ้านเข้าใจ สามีก็เห็นด้วย จริง ๆ ก็มีคนถามเหมือนกันว่าเมื่อไรจะเลิกให้นมแม่เสียที เราก็ไม่ตอบ กลัวว่าจะพูดจาไม่ถูกหูกัน คงมีแต่คนที่เป็นแม่เท่านั้นมั้งที่จะเข้าใจ...ความสุขของเราอาจเหลืออีกไม่มากนักเพราะไม่รู้ว่าลูกจะดูดถึงเมื่อไร เราก็พยายามจะให้เขาได้ดูดให้เต็มที แต่เราก็บำรุงตัวเองต้วย สู้..สู้นะค่ะ คุณแม่ทุกคน เพื่อลูกของเรา...  

ผู้แสดงความคิดเห็น mamyn'krit วันที่ตอบ 2010-01-12 16:15:40


ความคิดเห็นที่ 29 (107090)

นมแม่มีประโยชน์เท่าเดิม  ตราบที่แม่ยังกินอาหารเหมือนเดิม  แม้แต่นมของยายที่หลานดูดกระตุ้นบ่อยๆ  จนนมยายไหลออกมา เมื่อนำไปตรวจ  ก็พบว่า มีสารอาหาร  ภูมิคุ้มกันโรค  เม็ดเลือดขาว  สารบำรุงสมอง  ไม่แตกต่างจากนมแม่ปกติ

 

คำพูดที่ว่า  นมแม่ประโยชน์ลดลง  เมื่อลูกอายุเท่านั้นเท่านี้  เป็นการใส่ร้าย หรือ discradit นมแม่จากบริษัทนมผง  เพื่อผลประโยชน์คือ  แม่จะได้หยุดให้นม  แล้วเปลี่ยนมาใช้นมผงแทน  คนสมัยนี้ได้ยินคนสมัยก่อนพูดซึ่งใช้วิธีพูดต่อๆกันมา  รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ที่ไม่ได้หาข้อมูลที่แท้จริงและไม่เคยพิสูจน์ด้วยตัวเอง  ว่านมแม่ดีเพียงใด  ก็เอามาพูดต่อๆกันไปเรื่อยๆเหมือนข่าวลือนั่นเอง

 

ส่วนที่คุณนศ.พยาบาลปี4  qoate ตำรามา  ถ้าอ่านดูดีๆ  จะรู้ว่า  นมแม่ไม่ได้มีประโยชน์ลดลงเลย (ขอเน้นย้ำว่าประโยชน์เท่าเดิมตลอด  แต่ปริมาณอาจลดลง  ตามแต่การกระตุ้น)   แต่ตำราต้องการสื่อสารว่า  หลัง 6 เดือน  การกินนมแม่อย่างเดียว  ไม่พอกับการใช้พลังงานของเด็กที่โตขึ้น  ต้องเริ่มอาหารเสริมได้แล้ว  แต่ไม่ใช่ให้เริ่มนมผงเสริม หรือเปลี่ยนจากนมแม่ไปเป็นนมผง   แต่เพราะความเข้าใจผิดในการอ่านแล้วตีโจทย์ไม่แตก  ทำให้บุคลากรทางการแพทย์ส่วนใหญ่  ไปแนะนำผิดๆ  จึงเป็นที่ถูกอกถูกใจของบริษัทนมผง

 

จากการที่เป็นกุมารแพทย์และเป็นโรคภูมิแพ้เอง  จึงทราบว่านมผงไม่ใช่อาหารของมนุษย์  คนเราไปสังเคราะห์อาหารชนิดหนึ่งขึ้นมาแล้วกำหนดว่า  นี่คืออาหารของมนุษย์  ทำให้เกิดโรคต่างๆตามมามากมาย เช่น โรคภูมิแพ้ โรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคไขมันสูง  และอาจสัมพันธ์กับการเกิดโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก 

 

ไม่มีสิ่งมีชีวิตชนิดใดในโลกกินนมของสัตว์อื่น  เมื่อหยุดกินนมแม่แล้ว    ก็กินอาหารตามธรรมชาติ ซึ่งนมผงหรือนมวัว ไม่ใช่อาหารตามธรรมชาติของมนุษย์   (โดยทั่วไปจะเลิกกินนมแม่เมื่อฟันแท้มา  ไม่ใช่เมื่อฟันน้ำนมมา  เหมือนกับกรณีของหลินปิง  ตอนนั้นที่สัตวแพทย์  เคยออกข่าวว่า  ฟันน้ำนมมา เป็นสัญญาณว่าต้องหยุดกินนมแม่แล้ว  เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน) 

 

เด็กที่เป็นภูมแพ้และป่วยบ่อย  เมื่อคุณแม่คลอดน้องคนใหม่แล้ว  หมอจะแนะนำให้คุณแม่ปั๊มนมให้ลูกคนโตกินด้วย  เพราะหมอหาข้อมูลมาแล้วว่า  มนุษย์ควรได้กินนมแม่จนฟันแท้มา  นั่นคือ อายุ 6-7 ขวบ   และเมื่อลูกคนโตได้รับนมแม่  สุขภาพก็ดีขึ้นมาก  ทุกคนเลยค่ะ  ไม่ผิดหวังเลยจริงๆ   ที่นี้หมอที่ไม่เคยศึกษาเรื่องนี้  ไม่เคยสังเกตเลยว่า  เด็กที่กินนมแม่  ป่วยน้อยมาก  ก็เลยแนะนำคนไข้แบบผิดๆ เพราะความคุ้นเคยกับนมผงมากกว่า  และความเคยปากด้วย

ผู้แสดงความคิดเห็น หมอสุธีรา วันที่ตอบ 2010-01-16 10:33:22


ความคิดเห็นที่ 30 (107155)

ขอบคุณคุณหมอสุธีรามากๆ ค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น webmother วันที่ตอบ 2010-01-18 14:07:45


ความคิดเห็นที่ 31 (107169)

ด้วยความยินดีค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น หมอสุธีรา วันที่ตอบ 2010-01-19 07:10:49


ความคิดเห็นที่ 32 (107171)

ดีจังค่ะคุณหมอ ขอบคุณนะคะที่มาให้ความรู้กับแม่ที่ให้นมลูกอย่างพวกเรา น้องนะโม ขวบ กับ สี่เดือน ทุกวันนี้พูดหม่ำๆ ทุกครั้งที่อยากกินนมแม่ ถ้าอยู่กับแม่แล้วไม่เอานมขวด(ชง)เลย บางทีก็เหนื่อยนะคะ แต่เวลาเห็นลูกกินนมเราแล้วก็หายเหนื่อย อยากให้สมาชิกทุกท่านส่งต่อสิ่งดีดีนี้ให้คนที่เรารู้จักต่อไปด้วยนะคะ 

ผู้แสดงความคิดเห็น แม่นะโม วันที่ตอบ 2010-01-19 08:42:08


ความคิดเห็นที่ 33 (135555)

คุณหมอก็เข้าเว็บนี้ด้วยหรอคะ ดีใจค่ะที่มีคุณหมอมาให้ความรู้ด้วย รู้สึกอบอุ่น มีเพื่อนทุกครั้งที่เข้ามาอ่านข้อมูลของเว็บนี้ ตั้งใจจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไปจนกว่าลูกจะเลิกเองค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น แม่น้องวุ้น วันที่ตอบ 2010-04-28 21:11:01


ความคิดเห็นที่ 34 (135848)

ดิฉันเป็นคนหนึ่งคะที่ไม่สามารถให้นมลูกได้เหตุผลด้วยว่าผ่าตัดคลอดลูกและลุกจากเตียงไม่ไหวห้องเลี้ยงเด็กก็ให้กินแต่นมผสม 

จนผ่านไปได้ 2 วันลูกก็เลยกินไม่ทันใจน้ำนมก็ไม่มีคะ  หัวนมก็บอด  รู้สึกเสียดายมาก ๆ ทั้ง ๆ ที่นมใหญ่มากคะแต่คราวนี้ท้องคนที่ 2 อยู่คะท้องได้ 2 เดือนกว่าแล้วคะ คนนี้จะยอมให้พลาดอีกแล้วยังไงจะให้ลูกทานนมจากเต้าให้ได้ (เพราะเรามีฟาร์มของเราเอง)

สำหรับคุณกฤชกร ให้เค้าดูดไปเถอะ ความสุขของเรา ความสุขของลูก น้ำนมแม่มีตังค์ก็หาซื้อไม่ได้คะ ดิฉันละแอบอิจฉาคนที่ให้ลูกกินนมจากเต้าจริง ๆ เวลาไปเดินห้างที่ไร  เห็นแม่ควักนมให้ลูกน้อยกินยังแอบอมยิ้มประจำ  ฮิ ฮิ

ผู้แสดงความคิดเห็น แม่น้องออสติน (mom_tin-at-yahoo-dot-com)วันที่ตอบ 2010-05-06 15:38:53


ความคิดเห็นที่ 35 (136503)

เราต้องเข้าใจลูกเราค่ะลูกเราต้องมาก่อนค่ะพวกหมอที่จับฉลากได้มาเป็นหมอพวกนี้บ้องตื้นมากๆเป็นหมอได้ยังไงบอกให้ลูกหย่านมแม่แกมบังคับด้วยบ้าไปแล้วอย่าไปฟังค่ะลูกเราไม่มีใครที่จะมารู้ดีเท่าตัวเราค่ะหมอมันบ้าก็ปล่อยให้มันบ้าไปมันอยากได้เงินช่างหัวมันค่ะที่พิษณุโลกโรงพยาบาลพุทธชินราชดีมากๆเลยค่ะสอนทุกอย่างตั้งแต่การให้นมลูกจากอกของเราแม้กระทั่งหัวนมเราแตกเป็นแผลก็ยังช่วยสอนวิธีที่ถูกต้อง,มีคลีนิคนมแม่สำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการให้นมบุตรบุคคลากรเค้าดีมากๆค่ะดูแลเอาใจใส่ทุกขั้นตอนโทรไปถามความคืบหน้าหลังคลอดว่าการให้นมลูกเป็นยังไงมีปัญหาตรงไหนถ้มีปัญหาเค้าก็จะช่วยเราแ้ไขค่ะเค้าไม่เคยทอดทิ้งคุณแม่หลังคลอดเลยค่ะเพื่อให้บรรดาแม่ทุกคนประสบความสำเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ประทับใจโรงพยาบาลนี้มากๆเลยค่ะเพราะขนาดบางคนที่ไปคลอดโรงพยาบาลเอกชนยังต้องมาให้ที่นี่ช่วยสอนเลยค่ะเพราะว่าโรงพยาบาลบางแห่งเค้ามองข้ามความสำคัญของนมแม่ก็เลยไม่ได้ใสใจตรงนี้ซักเท่าไรยังไงก็เป็นกำลังใจให้นะค๊ะอย่าไปฟังคนอื่นมากค่ะโดยเฉพาะหมอๆหมาๆ55555.......

 

ผู้แสดงความคิดเห็น แม่น้องบาส (www-dot-mommy_bass-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-05-17 14:28:15


ความคิดเห็นที่ 36 (137837)

ดีใจที่ยังมีคนเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เยอะแยะ เป็นพยาบาลทำงานที่รพ.ชุมชน ต่างจังหวัด  พวกเราพยายามกันอย่างมากที่จะส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แต่รู้สึกว่าคนต่างจังหวัดไม่ค่อยอยากเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มักจะเสริมนมผสมให้ตลอดอ้างว่านมไม่พอ ดิฉันคิดว่าพวกเขาเหล่านั้นไม่ตั้งใจและไม่เห็นความสำคัญกันมากกว่า บางครั้งเกือบถูกร้องเรียนเพราะบังคับให้เขาเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ส่วนตัวเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ค่ะ ลูก 7 เดือนแล้วยังให้นมแม่อยู่ลำบากบ้างนิดหน่อยเพราะต้องขึ้นเวร บ่าย ดึก ทำให้ลูกร้องหาแม่  เป็นกำลังใจให้ webmother ที่ช่วยพวกเรากระทรวงสาธารณสุขทำงานนะคะและเป็นกำลังใจให้คุณแม่ทุกคน+ตัวเองที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ให้ได้นานที่สุดค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น มยุรี (mayree160-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-06-07 01:55:35


ความคิดเห็นที่ 37 (139668)

 

ความจริง

หมอที่เรียนจบมาส่วนใหญ่

โดยเฉพาะที่จบมาก่อนหน้านี้ ประมาณ 3-4 ปีมาแล้ว

ในหลักสูตรไม่มีการสอนเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่หรือถ้ามีก็มีน้อยและไม่ได้เน้น

หมอส่วนน้อยที่มีความรู้หรือเชี่ยวชาญขณะนี้เกิดจากการไปเรียนรู้เพิ่มเติมเฉพาะทางนมแม่มาจากต่างประเทศ(มักจะเป็นประเทศที่เล็งเห็นผลเสียถาวรจากการให้นมผสมมาแล้ว)

หมอส่วนนี้กลายเป็นวิทยากรสอน/ให้ความรู้เรื่องนมแม่ คิดว่าน่าจะมีไม่ถึง 5-10 เปอร์เซนต์

 

ความจริงอีกเรื่อง

...หมอที่รับนมผสมหรือของแจกฟรี   มาแจกแม่ จะรับมาคราวละมากๆ  พอเริ่มมีของแจกเหลือเยอะจะแร่งแจกให้ได้ตามกำหนด ขณะที่มันกำลังจะหมดอายุ

พอเด็กกินแล้วมีปัญหา  โทรไปปรึกษาหมอก็จะบอกว่า  .....หมอแจกเฉยๆค่ะ  ไม่ได้แนะนำให้ลูกคุณกิน เป็น

วิจารณญานของคุณเองว่าจะให้หรือไม่ให้  ...(อันนี้เจอมากับตัวเลยค่ะ  เพราะทำงานเป็นลูกน้องหมออยู่ที่คลินิกแห่งนั้นเอง)

 

แต่ความจริงแม่ที่ได้รับแจกไปทุกคน  มักคิดว่าที่หมอแจกให้คือให้ลูกกินมันลงไป  และไว้ใจคนที่ชื่อว่าเป็นหมอ

ผู้แสดงความคิดเห็น ppmk วันที่ตอบ 2010-07-06 07:55:20


ความคิดเห็นที่ 38 (139670)

การวิจัย

ที่บริษัทนมผสม เอาผลการวิจัยมาจากการแจกนมฟรี

โดยผ่านมือหมอ จริงๆแล้วเป็นกลวิธีทางการตลาด

และถึงจะนำเอาผลวิจัยไปรวบรวมประเมินผลจริง

ก็ไม่ไช่ผลที่เกิดขึ้นกับเด็กจริงหรอกค่ะ เพราะข้อมูล

ที่เก็บไปรวบรวมอยู่ที่ปลายปากกาของคนแจกเอง

ไม่ได้นำมาจากการสอบถามแม่หรือตรวจร่างกายเด็กจริงๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น ppmk วันที่ตอบ 2010-07-06 08:05:26


ความคิดเห็นที่ 39 (140261)

ความรู้สึกของคนเป็นแม่  คงยากที่จะอธิบายมาเป็นคำพูดได้ เพราะเราต่างก็รู้ดีว่า "นมแม่" เป็นอาหารที่ดี       ที่สุดสำหรับทารก  แม่ทุกคนพยายามทำทุกวิถีทางที่จะให้ลูกได้ดื่มนมของเรามากที่สุดเท่าที่จะทำได้         แต่ความโชคดีก็ไม่ได้เกิดกับแม่ทุกคนที่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้  เพราะดิฉันเป็นคนหนึ่งที่สามารถให้นมตัวเองกับลูกได้แค่เดือนครึ่ง  เพราะต้องทำงานซึ่งลาคลอดได้สองเดือนและอยู่คนละจังหวัด  (พ่อกับแม่ของดิฉันเป็นคนเลี้ยงลูกให้ค่ะ)

วันแรกที่ให้ลูกหย่านมแม่  มันเศร้าจนน้ำตาไหล  เพราะน้ำนมแม่จะไหลตอนที่ลูกหิวพอดี  แต่เราต้องฝึกให้ลูกดื่มนมชงเพราะไม่อยากให้คนเลี้ยงลำบาก

แล้วสำหรับคนที่เป็นแม่ที่พร้อมทุกอย่างที่จะให้นมตัวเองกับลูกได้  แต่ยังลังเลอยู่  ดิฉันขอให้คุณคิดทบทวนใหม่อีกครั้งนะคะ  แต่อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปนานนัก เพราะเราจะย้อนกลับไปแก้ตัวใหม่กับลูกรักของเราไม่ได้อีกแล้วค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น แม่เก๋ (jinny_s2006-at-yahoo-dot-com)วันที่ตอบ 2010-07-16 09:17:38


ความคิดเห็นที่ 40 (141217)

ขอแสดงความคิดเห็นด้วยคนนะคะ นมแม่มีประโยชน์มากจริงๆค่ะ น้องวินก็เป็นอีกคนนึงที่ป่วย น้องเกิดมาสำลักน้ำคร่ำ มีอาการปอดอักเสบและเส้นเลือดหัวใจเกิน น้อนอนอยู่ ร.พ.ครึ่งเดือนค่ะ ตอนคลอด5 วันแรกไม่ได้ดูดนมแม่เลย เพราะแยกกันอยู่คนละร.พ.และนมแม่น้อยมากปั้มกว่าจะออกแต่ละหยดแต่ก็พยายามปั้มไว้ให้น้องค่ะ แต่พอหลังจากดิฉันออกจากร.พ.ก็ไปให้นมน้องทันที รู้สึกพอน้องได้ดูดน้ำนมก็เริ่มไหลแต่ก็รู้สึกว่าไหลไม่มากพอให้น้องกินเพราะน้องร้องหิวตลอดจึงให้นมผงเสริม แต่คุณหมอที่ร.พ.น้องบอกว่าให้กินนมแม่อย่างเดียวน้องจะได้มีภูมิ หลังจากนั้นให้น้องกินแต่นมแม่มาตลอดตอนนี้น้องแข็งแรงมากค่ะแม้ว่าจะตัวเล็กไปหน่อยตอนนี้น้อง1ปี2เดือนแล้วเค ยไม่สบายอยู่ครั้งเดียวเอง และน้องมีความสุขมากค่ะที่ได้ดูดนมแม่ และแม่ก็มีความสุขค่ะ ^ ^

ผู้แสดงความคิดเห็น แม่น้องวิน วันที่ตอบ 2010-08-07 04:00:55


ความคิดเห็นที่ 41 (141361)

ขอสนับสนุนเรื่องนมแม่ด้วยคนค่ะ สนับสนุนคุณหมอสุธีราค่ะที่เห็นประโยชน์ของนมแม่  ตัวเราเองตอนนี้ท้องได้24weekก็พยายามและตั้งใจอยู่ตลอดว่า จะต้องให้ลูกกินนมแม่ให้ได้

แต่ไม่รู้จะสำเร็จหรือเปล่า เพราะเราเองเป็นหมอ คงพักหลังคลอดได้ไม่นานดพราะหน้าที่การงานมันบังคับ กะว่าจะพยายามปั๊มนมตอนไปทงานเก็บกลับมาเลี้ยงลูก ขนาดเป็นหมอเองยังต้องพยายามโน้มน้าวแม่สามีเลยว่านมแม่ดีที่สุดจริงๆค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น working mom วันที่ตอบ 2010-08-12 17:50:01


ความคิดเห็นที่ 42 (142871)

เข้ามาอ่านแล้วอยากบอกเล่าเรื่องของตัวเองเพื่อสนับสนุนการให้นมแม่ค่ะ

ลูกของผึ้งไม่ดูดนมจากเต้าแล้วค่ะ หลังจากที่แม่นอนโรงพยาบาลตอนเป็นไข้สูง เป็นสัปดาห์(ไม่ทราบสาเหตุ ไม่ใช่เพราะนมคัดด้วยค่ะ) แต่ถึงหมอบอกให้พัก ผึ้งก็ยังลุกมปั๊มนมตามเวลาปกติค่ะ วันละ6-8รอบ รอบละ 1ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ (ที่นานเพราะหัวนมเคยบอด แล้วท่อนมก็ประหลาด นมมันไม่ออกมาเป็นฝักบัวเหมือนชาวบ้านหรอกค่ะ มันเป็นเส้นบางๆ เส้นสองเส้นเอง คงตันหรือตีบน่ะค่ะ แต่ถ้าไม่ได้ปั๊มเครื่องไฟฟ้านมมันจะไหลออกตรงลานนมค่ะ เพราะฉะนั้นเวลาปั๊มใส่ขวดมันก็จะนานมากกว่าจะได้สักสี่ออนซ์)  ทรมานนะคะ เหนื่อย แย่ ไม่ได้พัก แต่ก็ไม่อยากให้ลูกหยุดกินนมแม่ ก็ลุกปั๊มส่งให้น้องเดินไปให้ลูกที่แฟลต จนพอออกจากโรงพยาบาลแล้วลูกก็เลยติดขวด แต่ไม่ได้ติดนมวัวนะคะ คือติดนมแม่ในขวด อย่าเอาอะไรมาปนเชียวบ้วนทิ้งเอาเฉยๆซะงั้น

หลังจากมาทำงาน การปั๊มก็ผิดเวลาไป ก็เริ่มเสริมนมผสม เพราะปั๊มไม่พอให้กิน นี่แกแปดเดือนแล้ว ยังกินนมวันละ7-9 ขวดอยู่เลยค่ะ (ข้าว2มื้อนะคะ) ขวดละ6-7ออนซ์นะคะ นมแม่ก็ไม่ได้มี6เต้า มันก็เลยไม่พอน่ะค่ะ  แต่พอเริ่มให้กินนมผงเสริม แกก็แพ้ นมวัว นมแพะ นมย่อยโปรตีน(นูทรามีเก้น) แพ้ทั้งหมด นี่ตอนนี้กำลังลองโปรโซบีได้3วันก็ดูท่าจะแพ้อีก สงสารลูกนะคะ นมแม่ไม่พอเนี่ย (อย่าบอกให้กู้นมแบบปั๊มทุกสองชั่วโมงนะคะ แค่ทุกวันนี้ปั๊มกลางวันเวลาทำงานวันละ2รอบ ก็รอบละชั่วโมงแล้ว คนอื่นเขาจะให้ผ.อ.ไล่ออกไปเลี้ยงลูกอยู่บ้านแล้วค่ะ) แล้วก็พาลไปแพ้ฝุ่น แพ้น้ำ แพ้ผงซักฟอก แพ้ยุง แย่ค่ะ สงสรลูก นี่เข้าออกโรงพยาบาลมาเกือบเดือนแล้ว

ยังคิดว่านี่ถ้าลูกได้กินนมแม่อย่างเดียวเต็มที่ลูกคงไม่เป็นอย่างนี้(ลูกโดนกินนมผงตอนเดือนแรกด้วยเพราะนมแม่มีปัญหาอย่างที่บอก ทำให้กินนมไม่พอ จนไม่ฉี่สองวันแรก(ตอนเดิก) วันที่สามฉี่1ครั้งเป็นเลือด วันที่สี่อีก 1ครั้งเป็นเลือด แม่แพ้โมทิเลี่ยม ยิ่งกินนมยิ่งแห้ง(มารู้เอาตอนกินโมทิเลี่ยมตอนเดือนที่สี่ ทั้งคันทั้งตัว ทั้งนมน้อยลงจนแทบแย่ไปรอบนึงแล้ว)จนกระทั่งตองให้นมผงช่วย จนเดือนครึ่ง แม่จึงปั๊มนมได้มากพอให้กินได้ แต่ไม่มีสต๊อคหรอกนะคะ ปั๊มได้เต็มที่ก็ก่อนล่วงหน้า 1 วันเท่านั้นแหละค่ะ แต่ก็ดีค่ะ ลูกจะได้กินนมสดใหม่ตลอด)

เป็นกำลังใจให้แม่ทุกๆคนนะคะ ถ้านมยังมีก็ให้ไปเถอะนะคะ จนกว่านมจะบังคับให้มีไม่ได้แล้ว หรือลูกอยากหยุดเอง

ผึ้งเองก็จะปั๊มต่อไปเรื่อยๆค่ะ จนกว่าจะไม่เหลือนมให้ปั๊มนั่นแหละค่ะ แม้ลูกจะดูดจากขวด ไม่ได้ดูดจากเต้า ไม่ได้หมายความว่าลูกจะไม่เห็นใจแม่นะคะ ทุกวันนี้เค้าเห็นแม่นั่งปั๊มนมเค้าก็จะมานั่งเล่นข้างๆ แย่งบ้าง แก้งเอาลิ้นมาแตะเต้าแล้วก็ทำท่าแหยะบ้าง แต่ก็รู้ค่ะ ว่าเขารู้ว่านี่คือที่มาของอาหารเขา เพราะบางทีบ้างเสร็จก็เอาใส่ปากให้กินเลย แล้วแม่ก็เจ็บนมมาก เวลาที่เค้าเล่นนมแม่หลังปั๊มแม่จะร้องโอ้ย เค้าก็มองหน้า ยิ้ม แล้วก็จะจับเบาลง

เห็นไหมคะ EQน่ะ เราสร้างให้เค้าได้ตามสถานการณ์แต่ละคนค่ะ แม้โอกาสจะไม่เหมือนกัน แต่ไม่ใช่ทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นก็ขอให้กำลังใจคุณแม่ที่ให้ลูกดูดนมจากขวดด้วยนะคะ ความฉลาดของลูก ขึ้นอยู่กับเราค่ะ เราให้เขาทีละน้อย ดีกว่าไม่ให้เลยค่ะ แม่ที่ทำงานผึ้งยังให้ลูกกินจน 7 ขวบเลยค่ะ แม่ทุกคน สู้ๆนะคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น พิมพณพัทธ์ อินทรัตน์ วันที่ตอบ 2010-09-14 11:22:58


ความคิดเห็นที่ 43 (148330)

ดิฉันเป็นคนหนึ่งค่ะที่ให้ลูกกินนมแม่ถึง2ขวบครึ่ง

แล้วคนรอบข้างจะบอกว่า"นมแม่ไม่มีประโยช์แล้ว เลิกให้ลูกกินได้แล้ว"ซึ่งดิฉันไม่สนใจ

ไครอยากพูดอย่างไรก็ช่างเขา ดิฉันเชื่อในข้อมูลที่ดิฉันศึกษามา

เดี๋ยวนี้หมอบางคนก็ขายนมผสมเป็นธุระกิจไปแล้ว พ่อแม่กลัวลูกจะเป็นโน่นนี่นั่น หมอบอกให้กินนมผสมก็เชื่อกันหมด คนส่วนมากจะเชื่อไปในทางที่ผิด  แล้วผลเสียก็ไปตกกับเด็กค่ะ

เรารักลูกของเราเราต้องให้ลูกกินนมแม่ซิคะ

"หมามันยังให้ลูกมันกินนมเลย แล้วเราเป็นคนจะให้ลูกเราไปกินนมสัตว์หรอ"

ผู้แสดงความคิดเห็น เอ้ วันที่ตอบ 2011-02-27 14:33:22


ความคิดเห็นที่ 44 (149614)

แม่เดี๋ยวนี้เอะอะ อะไรก็บอกว่าน้ำนมไม่พอ ยิ่งคนรอบข้างไม่สนันสนุนด้วยยิ่งแย่ อย่างของเรา ท้องแรกอายุน้อยยังไม่ได้ใส่ใจ ทั้งหมอทั้งเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลไม่มีใครแนะนำให้นมลูกอย่างจริงจัง ลูกเลยไม่ได้กินนมแม่เลย พอท้องสองก็อุตส่าห์บอกหมอว่าจะขอเลี้ยงนมแม่ แต่ทาง รพ ก็แค่สอนไปตามหน้าที่  กลับมาบ้านยังมาเจอแม่สามีบ่นอีกว่านมก็ไม่ไหลยังจะให้ลูกดูดอยู่ได้  แต่เราก็ตั้งใจนะขนาดบีบได้ทีละหยด กว่าจะได้1ออนซ์ก็เป็นชม แล้ว สุดท้ายก็ให้นมผสมกับนมแม่ จนท้องสามเลี้ยงเองคนเดียวให้นมแม่ตลอดแต่กว่านมจะไหลดีลูกก็เกือบเดือนแล้ว รู้สึกดีมาก ที่ทำสำเร็จ  ทุกวันนี้เวลาจะออกไปทำงาน ต้องเตรียมของเยอะมาก มีกระเป๋าส่วนตัว แคตาล็อก+ ตัวอย่างของลูกค้า อุปกรณ์ปั๊มนม กระติกน้ำแข็ง ระหว่างวันต้องขับรถไปหาลูกค้า หาเวลาปั๊มนมในรถ ยุ่งเหมือนกันแต่ตั้งใจไว้ว่าจะไม่ให้ลูกไปกินนมวัวเด็ดขาดนี่ก็ 5เดือนแล้วลูกน่ารักมาก ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้แม่ทุกคนนะคะ 

ผู้แสดงความคิดเห็น Tamimie (toey2029-at-yahoo-dot-com)วันที่ตอบ 2011-06-27 15:19:16


ความคิดเห็นที่ 45 (150063)

หนูอายุ21มีลูกสาวอายุ2.5ปีลูกยังดูดจากเต้าอยู่ค่ะมีบ้างที่เสริมนมปกติ ไม่เห็นเป็นไรเลย ถึงรู้สึกเจ็บเวลาลูกดูด แต่ก็มีความสุขค่ะที่ลูกได้กิน มันอบอุ่นมากนะคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ลูกที่แย่แต่จะเป็นแม่ที่ดี วันที่ตอบ 2011-08-26 14:47:31


ความคิดเห็นที่ 46 (150104)

  มีอยู่วันนึงนั่งคุยกะแม่ ถามแม่ว่าตอนเด็กๆ ให้กินนมถึงกี่เดือน แม่บอกว่า 6 อาทิตย์ หลังจากนั้นก็ให้อาหารเสริมตามตำรา     ผมก็บ่นๆว่าทำไมให้กินน้อยจัง  แล้วถามต่อว่าน้องชายล่ะกินกี่เดือน แม่บอกเหมือนกัน 45 วัน  อันนี้คงเป็นของคนรุ่น 30 ปีที่แล้วมั้งครับ

เนื่องจากที่บ้านใกล้ทะเล     พวก กุ้ง หอย ปู ปลา น้ำจืด ไม่ได้ทานเลย

FYI

แม่เป็นพยาบาลวิชาชีพ ซี8 กำลังจะเกษียณปีหน้า มีผมตอนอายุ 24    น้องชายอายุห่างกัน 3ปี

ตอนประถมไม่เคยสอบได้ที่1 ได้แต่ที่ 2-3  ไอเจ้าคนที่สอบได้ที่1 ตอนนี้เป็นหมอที่ศิริราช

ระดับมัธยม  เรียนห้อง king มาตลอด ( ม ปลายในห้องติดหมอ 5  วิศวะ 18  บัญชี 6  และไม่มีใคร ent ไม่ติด)

จบวิศวะ  เกรด เกือบ 3 / เงินเดือน start 32K  ( ปี 2000)

ทดสอบ IQ ของ www.iqtest.dk ได้ 133  ( คุณแม่ลองเข้าไปทำดูเล่นๆ ก็ได้ครับ )

ร่างกายแข็งแรงดี ไม่เคยเจ็บป่วยต้องนอน รพ นอกจาก เป็นไข้เลือดออก

เล่นกีฬามาตั้งแต่เด็กๆ  เป็นนักรักบี้ของ มหาลัย

ส่วนน้องผมเป็นเด็กเรียนดีเช่นกัน จบวิศวะเหมือนกัน แต่ดูมันจะแข็งแรงกว่าผม วิ่งเร็วกว่าผม

 ใครที่ให้นมลูกได้น้อย ผมว่าไม่ต้องเครียดมากก็ได้มั้งครับ มันมีปัจจัยอื่นๆ อีกหลายอย่าง  อ่านๆดูเหมือนเกทับกันว่า ใครกินนมแม่นานกว่า

ส่วนข้อมูลที่บอกว่า กินนมแม่จะมี IQ สูงกว่า 2-3 เท่า อันนี้มั่วมาก  เพราะคนปกติ IQ ประมาณ 100 

ไอสไตน์ 160 - 180     ถ้าเกิน 140 ก็เป็นอัจฉริยะแล้ว    มีเพื่อนที่รู้จักคนนึง  ไปทดสอบ IQ ข้อสอบไทย  ได้ 140

 การเรียนไม่โดดเด่นอะไร เรียน มหาลัยไม่จบด้วย ตอนนี้ได้ข่าวว่าเปิดร้านขายของอยู่

 อย่างที่รู้ๆกันว่า IQ ไม่ใช่ทุกอย่างที่จะรับประกันความสำเร็จ

 ส่วนตัวมองว่า ถ้าโตมากแล้วยังกินนมแม่อยู่ จะทำให้เด็กอิ่ม  ทานอาหารอื่นๆ ที่มีประโยชน์ ได้น้อยลงอย่างนี้หรือเปล่า                                    

 

ผู้แสดงความคิดเห็น scipionyx II วันที่ตอบ 2011-08-31 11:18:58


ความคิดเห็นที่ 47 (150130)

 เป็นเเม่ลูกอ่อนค่ะน้องเพิ่งอายุ 2เดือน ทานนมเเม่+นมชง เเต่ส่วนมากเป็นนมเเม่เพราะเรารู้ดีว่านมเเม่ดีที่สุด

เคยมีปัญหาเรื่องนํ้านมไม่ไหลเหมือนกันเพราะน้องไม่ได้ดูดกระตุ้นตั้งเเต่เเรกเกิด เนื่องจากภาวะหัวบวมต้องนอนห้อง nicu

แต่เราก็พยายามปั๊มนมทุก3ชม.จนทุกวันนี้ปั๊มได้ประมาณวันละ 20oz เราเชื่อเหลือเกินว่านมเเม่จะทําให้ลูกรักของเราเป็นคนเก่งคนฉลาดเเข็งเเรง เเต่ก็เห็นด้วยกับความคิดเห็นที่ 46 เห็นชัดๆเลยกับคนใกล้ตัว นั่นคือครอบครัวของสามีเราเองอันนี้ข้อมูลจากเเม่ย่า

สามีกินนมผสมตั้งเเต่เเรกเกิดฉลาดมากเก่งไปเเทบทุกเรื่องเเละก็เเข็งเเรงดี รักครอบครัวมาก

พี่ชายคนโตของสามีกินนมผสมตั้งเเต่เเรกเกิดฉลาดยิ่งกว่าสามีเรา เเต่ป่วยบ่อยเป็นภูมิเเพ้ด้วย จิตใจอ่อนโยนใส่ใจคนในครอบครัวอย่างดี

พี่ชายคนกลางกินนมเเม่ล้วนเรียนหนังสือไม่จบม3 เเต่ทำงานเก่งสามารถมีกิจการใหญ่โตเป็นของตัวเอง ก้าวร้าวไม่รักครอบครัวนิสัยไม่ดี

เเละป่วยเป็นโรคหัวใจ เราจึงคิดว่าการที่เด็กคนนึงจะเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้ไม่ได้ตัดสินตรงที่ว่ากินนมเเม่หรือไม่เเต่อยู่ที่การเลี้ยงดูอาหารการกินการเอาใจใส่เเละสิ่งเเวดล้อมต่างๆมากกว่า เเต่เราก็ยังอยากให้ลูกกินนมเเม่นานที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะได้ไปอบรมเเละพยาบาลคนนึงบอกว่า"ลูกคนก็ต้องกินนมคน อย่าให้ลูกกินนมของสัตว์เลย" คำนี้จิ๊ดเลยค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น เเม่น้องอิ่ม วันที่ตอบ 2011-09-03 17:27:10


ความคิดเห็นที่ 48 (150399)

ลูกสาวปีเก้าเดือนยังกินนมแม่อยู่ไม่ค่อยป่วยเลย

ผู้แสดงความคิดเห็น R วันที่ตอบ 2011-10-21 23:55:39


ความคิดเห็นที่ 49 (150401)

น้องอุ๋งอิ๋งกินนมแม่ตั้งแต่แรกเกิดจนตอนนี้น้องอุ๋งอิ๋งปีเก้าเดือนแล้วใครว่านมแม่ไม่ดีก็ช่างเขาเราจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จนกว่าน้องเขาจะหย่าเองแถมน้องก็ไม่ค่อยป่วยบ่อยด้วย

ผู้แสดงความคิดเห็น แม่น้องอุ๋งอิ๋ง วันที่ตอบ 2011-10-22 00:07:35


ความคิดเห็นที่ 50 (151065)

ชอบมากเลยค่ะเพราะได้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เหมือนกันค่ะตอนนี้จะ 2 ขวบแล้วค่ะ มีความสุขทุกครั้งที่ให้นมลูก

คุยกันไว้กับสามีว่าจะให้ต่อไปเรื่อยๆ ขอบคุณกำลังใจที่ดีจากสมาชิกนมแม่ค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น นางปทุมพร รุ่นบาง (thorfun1-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-02-19 11:28:32



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล